หนึ่งในคดีฆ่า “นักข่าว” ที่อุกอาจโหดเหี้ยมที่สุดในโลก คือคดีนางดาฟเน คารัวนา กาลิเซีย นักข่าวและบล็อกเกอร์ชื่อดังวัย 53 ปี ชาวมอลตา ประเทศเกาะเล็กๆในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถูกลอบสังหารด้วย “คาร์บอมบ์” ในรถยนต์ของเธอเองเมื่อ 16 ต.ค.2560 และผู้ต้องสงสัยเป็นผู้บงการเพิ่งถูกจับเมื่อ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา

นายฮอร์เกน เฟเนค มหาเศรษฐีนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ถูกจับคาเรือยอชต์ขณะจะหนีออกนอกประเทศ หลังนายกรัฐมนตรีโจเซฟ มุสคัต แห่งมอลตา ประกาศจะให้อภัยโทษ “คนกลาง” ในการจ้างวานฆ่า ซึ่งเพิ่งถูกจับสัปดาห์ก่อน และยอมเปิดปากว่าผู้บงการคือนายเฟเนค ขณะที่ผู้ลงมือฆ่า 3 คนถูกจับแล้วและกำลังถูกดำเนินคดี

กาลิเซียซึ่งมีสามีและลูกชาย 3 คน เป็นหัวหอกสืบสวนเอกสาร “ปานามา เปเปอร์ส” ซึ่งถูกเผยแพร่ในปี 2559 เปิดโปงธุรกรรมซ่อนเร้น และการหลบเลี่ยงภาษีของพวกเศรษฐีและคนดังทั่วโลก โดยกาลิเซียแฉว่า บริษัทของเฟเนคโยงใยกับพวกนักการเมืองระดับสูงของมอลตา รวมทั้งนายคีธ เชมบรี หัวหน้าคณะผู้นำทำงานของนายกฯมุสคัต และนายคอนราดดมิซซี อดีต รมว.พลังงาน ซึ่งปัจจุบันเป็น รมว.การท่องเที่ยว

ส่วนเฟเนคเป็นผู้อำนวยการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท “อิเล็กโทรแก๊ส” ซึ่งได้รับสัมปทานสร้างสถานีก๊าซใหม่มูลค่ามหาศาลจากรัฐบาลมอลตาในปี 2556 เขายังเป็น ผอ. “ทูมาส กรุ๊ป” กลุ่มธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดของมอลตา ซึ่งทำธุรกิจหลากหลาย รวมทั้งโรงแรมฮิลตันมอลตาและสถานกาสิโนปอร์โตมาโซ

“ปานามา เปเปอร์ส” ยังระบุว่าเฟเนคเป็นเจ้าของบริษัท “17 แบล็ก” ในดูไบ ซึ่งก่อนถูกลอบสังหาร 8 เดือน กาลิเซียแฉในบล็อกว่า 17 แบล็กโยงใยกับพวกนักการเมืองมอลตา โดยอีเมลที่ใช้เป็นหลักฐานในศาลชี้ว่า 17 แบล็กเตรียมโอนเงินก้อนโตให้บริษัทของเชมบรีและมิซซีเพื่อแลกกับการเอื้อผลประโยชน์บางอย่าง

...

เชื่อว่าการเปิดโปงเหล่านี้เองที่ทำให้นางกาลิเซีย นักข่าวหัวเห็ด ผู้ได้รับฉายา “หญิงเดี่ยววิกิลีกส์” ตามชื่อเว็บไซต์จอมแฉ “วิกิลีกส์” ถูก “เก็บ” ในที่สุด!

ส่วนนายกฯมุสคัตปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้เรื่องแผนลอบสังหารนางกาลิเซีย แม้ลูกชายทั้ง 3 คนของเธอกล่าวหาว่าเขาเอาพวกขี้โกงเข้ามาทำงานในรัฐบาลเต็มไปหมด และสร้างวัฒนธรรมผู้มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย ทำให้มอลตากลายเป็น “เกาะมาเฟีย” และเขา “มือเปื้อนเลือด” ที่ปกป้องคนเลวเหล่านี้

น่าติดตามว่าคดีสังหาร “หญิงเดี่ยววิกิลีกส์” ผู้นำมอลตาจะติดร่างแหด้วยหรือไม่!

บวร โทศรีแก้ว