พุธ 20 พฤศจิกายน 2562 ฯพณฯ อาเหม็ด อับดุลลา อัลฮาเจอรี่ เอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำประเทศไทย ชวน ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปสนทนาที่สถานทูตบนถนนสาทร กรุงเทพฯ การสนทนามีมากมายหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องของรัฐบาห์เรน ชีวิตของท่านทูตที่เคยอยู่กรุงมอสโกมานานถึง 7 ปี ฯลฯ

บาห์เรนเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม GCC หรือคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็น 6 ชาติรัฐที่ปกครองโดยระบอบกษัตริย์ที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย มีบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศเหล่านี้ลงนามในกฎบัตรคณะมนตรีความร่วมมือ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม 2524

บาห์เรนน่าสนใจเพราะเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม GCC ที่ทั้งหมดได้กลายเป็นตลาดร่วมโดยสมบูรณ์เมื่อ 1 มกราคม 2551 ขอเรียนว่ากลุ่มนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เป็นประเทศหุ้นส่วนการค้าเสรีที่มีศักยภาพโดดเด่นที่สุดในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

บาห์เรนมีพื้นที่เพียง 778.3 ตารางกิโลเมตร (จังหวัดภูเก็ต มีพื้นที่ 543 ตร.กม. สิงคโปร์มีพื้นที่ 725 ตร.กม.) มีเกาะน้อยใหญ่ 36 เกาะ ที่ดังๆ ก็มีเกาะบาห์เรน เกาะมูฮาร์รัก เกาะซิตรา เกาะอัมน์นาซาน เกาะฮาวาร์ ฯลฯ ระหว่างเกาะก็มีสะพานเชื่อมกัน ที่ทำให้บาห์เรนสำคัญมากขึ้นก็คือ การมีสะพานเชื่อมและมีเส้นทางติดต่อกันระหว่างบาห์เรนกับแผ่นดินชายฝั่งซาอุดีอาระเบียซึ่งเปิดใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2529 ด้านตะวันออกของบาห์เรนห่างจากซาอุฯเพียง 24 กิโลเมตร ส่วนด้านตะวันตกก็ห่างจากกาตาร์เพียง 27 กิโลเมตร

แม้จะมีประชากรเพียง 1.5 ล้าน แต่ประชากรประเทศรอบๆ รวมแล้วมีจำนวนมาก แถมเป็นประชากรที่เป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ค่าเงินของบาห์เรนเมื่อเทียบกับเงินไทย 1 บาห์เรนดินาร์ (BHD) เท่ากับ 84 บาท บาห์เรนเป็นประเทศเปิดกว้างครับ ภาษีไม่สูง คนไทยสามารถไปเปิดบริษัทโดยถือหุ้นได้ ร้อยละ 100

เมื่อพูดถึงบาห์เรน คนส่วนใหญ่มักมองว่าบาห์เรนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีแต่เพียงอย่างเดียว โดยแท้ที่จริงบาห์เรนมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก การก่อร่างสร้างถิ่นฐานของคนบาห์เรนย้อนหลังไปในอดีตได้ถึง 5 พันปี ท่านคงจะเคยได้ยินดินแดนที่ชื่อ ดิลมุน ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของการค้าสมัยโบราณ ดิลมุนก็คือแผ่นดินบาห์เรนในปัจจุบันทุกวันนี้ละครับ

เรื่องราวแต่หนหลังของบาห์เรนเกี่ยวดองหนองยุ่งกับชาวสุเมเรียนที่มีอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดในโลก เกี่ยวกับกรีกและโรมัน สมัยโปรตุเกสดัง โปรตุเกสเคยมายึดบาห์เรนในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ต่อมาบาห์เรนอยู่ภายใต้อำนาจของพวกเปอร์เซีย คนที่ไล่เปอร์เซียออกไปก็เป็นพวกอาหรับสกุลอัลคอลีฟะห์จากซาอุดีอาระเบีย ต่อมาก็กลายเป็นชีคหรือเป็นพวกหัวหน้าสกุล และปัจจุบันเป็นผู้ปกครองบาห์เรนในฐานะเอมีร์ ซึ่งหมายถึงเจ้าชาย

ตอนหลังบาห์เรนกลายเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ อังกฤษถอนตัวออกจากอ่าวเปอร์เซียเมื่อ พ.ศ.2513 บาห์เรนก็ได้รับอิสรภาพและมีรัฐธรรมนูญเมื่อ พ.ศ.2516

เดิมคนบาห์เรนมีรายได้จากการค้า การเกษตร การงมหอยมุก และการต่อเรือ ตอนหลังญี่ปุ่นเพาะเลี้ยงหอยมุกได้ เรื่องหอยมุกของบาห์เรนก็หงอยไป ปีที่เปลี่ยนแปลงบาห์เรนและภูมิภาคทางแถบตะวันออกกลางก็คือ พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นปีที่มีการค้นพบน้ำมัน ทุกประเทศเลยกลายเป็นเศรษฐี บาห์เรนมีน้ำมันไม่มากเท่าพวก แต่ใช้เงินที่ได้จากน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่มีโรงกลั่นน้ำมัน โดยใช้น้ำมันดิบของบาห์เรนและซาอุดีอาระเบีย

ตอนนี้มีคนไทยอยู่ในบาห์เรนพันกว่าคน เมื่อเทียบกับจำนวนคนอินเดียในบาห์เรนแล้วคนไทยน้อยกว่าเยอะ คนอินเดียในบาห์เรนมีมากถึง 3.5 แสนคน คนไทยควรเข้าไปบาห์เรนกันมากกว่านี้ สิ่งที่บาห์เรนอยากให้คนไทยไปลงทุนคือ ลงทุนด้านสุขภาพ โรงพยาบาล คลินิก อุตสาหกรรมความงาม ฯลฯ

คนไทยน่าจะใช้โอกาสที่ไทยกับบาห์เรนมีความสัมพันธ์ทางการทูตอันดียอดเยี่ยมและต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2520 เข้าไปค้าขายและลงทุนในบาห์เรนกันให้มากขึ้นครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com