ข่าว
100 year

ช็อกซ้ำ 39 ศพในคอนเทนเนอร์ที่อังกฤษ ไม่ใช่จีน แต่เป็นคนเวียดนามทั้งหมด

ไทยรัฐออนไลน์2 พ.ย. 2562 12:05 น.
SHARE

สำนักงานตร.เอสเซกซ์ แจ้งเหยื่อ 39 ศพดับสลดในคอนเทนเนอร์ห้องเย็นที่อังกฤษ เป็นชาวเวียดนามทั้งหมด หลังจากเบื้องต้นสันนิษฐานเป็นชาวจีน เผยขณะนี้กำลังติดต่อครอบครัวและรัฐบาลเวียดนามโดยตรง

เมื่อ 2 พ.ย. 62 สำนักข่าวรอยเตอร์และเว็บไซต์ เมโทร รายงานความคืบหน้าโศกนาฏกรรม พบเหยื่อ 39 ศพดับสลดในรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ห้องเย็น ที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด เมืองเกรย์ส มณฑลเอสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ล่าสุด ทิม สมิธ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจมณฑลเอสเซกซ์ แจ้งผ่านทางทวิตเตอร์ เชื่อผู้เสียชีวิตที่พยายามลักลอบเข้าอังกฤษ 39 ราย เป็นชาวเวียดนามทั้งหมด หลังจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าเหยื่อเคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตสลดเหล่านี้เป็นชาวจีน

ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจมณฑลเอสเซกซ์ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทางการได้ติดต่อโดยตรงไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งในเวียดนามและสหราชอาณาจักร รวมทั้งติดต่อไปยังรัฐบาลเวียดนาม

‘ขณะนี้ เราเชื่อว่าเหยื่อที่เสียชีวิตเป็นชาวเวียดนามทั้งหมดและเราได้ติดต่อไปยังรัฐบาลเวียดนามแล้ว’ ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจมณฑลเอสเซกซ์ พร้อมทั้งระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่นิติเวชอาวุโส และสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติของอังกฤษเพื่อระบุอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตแต่ละรายที่การเดินทางของคนเหล่านี้ต้องมาจบลงด้วยโศกนาฏกรรมบนชายฝั่งของเรา

ส่วนความคืบหน้าในการพยายามไล่ล่าติดตามจับกุมแก๊งลักลอบพาคนเข้าเมืองในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายเอียมอนน์ แฮร์ริสัน ชายหนุ่มวัย 23 ปี ชาวไอร์แลนด์เหนือมาขึ้นศาลสูงที่กรุงดับลิน เมืองหลวงไอร์แลนด์ โดยนายแฮร์ริสัน นับเป็นคนขับบรรทุกคนที่ 2 ที่ถูกจับกุมในคดีนี้ ต่อจากนายโม โรบินสัน โชเฟอร์หนุ่มชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 25 ที่ขับรถบรรทุกห้องเย็นนี้จากเมืองท่าเพอร์ฟลีต ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ มายังนิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด ที่เมืองเกรย์ส ใกล้กรุงลอนดอน และเขาเป็นคนพบผู้เสียชีวิตในห้องเย็นเป็นคนแรกเมื่อ 23 ต.ค.

ข่าวเกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตายในตู้คอนเทนเนอร์ข่าวเด่นดับในตู้คอนเทนเนอร์เหยื่อ 39 ศพในคอนเทนเนอร์อังกฤษตายในรถบรรทุกห้องเย็น

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้