ไลฟ์สไตล์
100 year

สหรัฐฯ อ้างปมแรงงานตัดจีเอสพี ฟันไทย 39,000 ล้านบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
27 ต.ค. 2562 05:01 น.

SHARE

สหรัฐฯ อ้างปมแรงงานตัดจีเอสพี ฟันไทย 39,000 ล้านบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 ต.ค. 2562 05:01 น.

พณ.ปัด-ไม่เกี่ยว ลุยแบน 3 สารพิษ จับตาเจออีกดอกหากไม่นำเข้าหมู!

พาณิชย์ย้ำสหรัฐฯตัดจีเอสพีไทย ไม่ใช่เพราะไทยแบน 3 สารเคมี วอนอย่าโยง ชี้ต้นเรื่องเอ็นจีโอไทย-สหรัฐฯ ยื่นเรื่องให้ “เอเอฟแอล-ซีไอโอ” กดดันรัฐบาลตัดจีเอสพีไทยเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาแล้ว แนะจับตาอาจถูกตัดสิทธิ ระลอกต่อไป ถ้าไทยยังไม่เปิดตลาดนำเข้าหมูมีสารเร่งเนื้อแดง ด้านผู้ส่งออกนัดถกหาทางรับมือ เชื่อไม่น่าห่วงเท่าค่าเงินบาทแข็ง ด้าน “มนัญญา” ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมมาตรการหนุนสหกรณ์ 700 แห่งทั่วประเทศ จัดเครื่องมือ เครื่องจักรช่วยเหลือเกษตรกร หลังแบน 3 สารเคมีอันตราย

ข่าวแนะนำ

จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งจดหมายแจ้งต่อนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่ง และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่าได้ตัดสินใจระงับการค้าปลอดภาษีกับสินค้าไทยหลายรายการ เนื่องจากไทยไม่ได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมแรงงานให้สามารถเลี้ยงชีพได้ตามสิทธิแรงงานสากล โดยที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือยูเอสทีอาร์ ประเมินว่าการระงับสิทธิทางการค้าครั้งนี้ มีมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 39,000 ล้านบาท) ภายใต้ระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทั่วไป หรือจีเอสพี ที่ให้สหรัฐฯผ่อนปรนแก่ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมาตรการจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน และจะส่งผลกระทบต่อสินค้า 1 ใน 3 ของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯภายใต้ระบบสิทธิพิเศษ ซึ่งรวมถึงอาหารทะเลทั้งหมดนั้น

พณ.ยันไม่เกี่ยวไทยแบน 3 สารพิษ

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ว่า กรณีที่สหรัฐฯตัดจีเอสพีไทย ไม่ใช่เป็นการตอบโต้กรณีที่รัฐบาลไทยประกาศห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิดจากสหรัฐฯ คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส แต่เป็นการพิจารณาตามการร้องเรียนจากภาคประชาสังคม (เอ็นจีโอ) ของสหรัฐฯ เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาแล้ว โดยสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (เอเอฟแอล-ซีไอโอ) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ยื่นเรื่องให้ยูเอสทีอาร์พิจารณาตัดสิทธิไทย เพราะไทยไม่ให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพของแรงงานตามมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งการยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าวของเอเอฟแอล-ซีไอโอ เกิดขึ้นหลังจากที่เอ็นจีโอด้านแรงงานของไทย และเอ็นจีโอด้านแรงงานของสหรัฐฯที่มีสาขาในไทย เห็นว่าไทยไม่ให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานที่มากพอ จึงได้ร่วมกันเสนอให้เอเอฟแอล-ซีไอโอ กดดันให้รัฐบาลสหรัฐฯตัดสิทธิจีเอสพีไทย ทั้งนี้ เมื่อเอเอฟแอล-ซีไอโอได้ยื่นเรื่องร้องเรียนแล้ว ยูเอสทีอาร์ได้ใช้เวลาในการพิจารณาทบทวนการให้สิทธิกับไทยตามกระบวนการในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และเพิ่งประกาศผลการทบทวนเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น การตัด จีเอสพีไทยครั้งนี้ จึงไม่ได้มีสาเหตุมาจากการแบน 3 สารแน่นอน ดังนั้น จึงอย่านำมาโยงเป็นเรื่องเดียวกัน

อาจโดนอีกหากไม่นำเข้าหมูเนื้อแดง

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตากรณีที่สหรัฐฯกดดันให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯอีก ที่ขณะนี้ไทยยังไม่เปิดนำเข้า หากในที่สุดแล้ว ไทยไม่เปิดนำเข้าจริง สหรัฐฯอาจใช้เป็นข้ออ้างตัดจีเอสพีสินค้าจากไทยเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต เพราะที่ผ่านมา สมาคมผู้ส่งออกสุกรของสหรัฐฯ ก็ได้ยื่นเรื่องให้ยูเอสทีอาร์พิจารณาตัดจีเอสพีไทย เพราะจำกัดการเปิดตลาดให้กับสหรัฐฯแล้ว

กระทบส่งออกแต่ไม่มาก

สำหรับการตัดสิทธิจีเอสพีดังกล่าว สหรัฐฯไม่ได้ตัดสิทธิสินค้าจากไทยที่สหรัฐฯ ให้สิทธิส่งออกภายใต้จีเอสพีทั้งหมด แต่จะตัดสิทธิเพียง 1 ใน 3 หรือ 1 ในกว่า 3,500 รายการ ที่ไทยได้รับสิทธิจีเอสพี ซึ่งในปี 61 ไทยใช้สิทธิส่งออกไปสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านเหรียญฯ จากมูลค่าที่ได้รับสิทธิส่งออกทั้งหมด 4,800 ล้านเหรียญฯ หรือคิดเป็นการใช้สิทธิ 66 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้สินค้าไทยที่ถูกตัดสิทธิต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติที่เฉลี่ย 4-5 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเลย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯบ้าง แต่ไม่มากนัก และไม่น่าจะทำให้การส่งออกของไทยในภาพรวมลดลง อย่างไรก็ตาม จะแถลงข่าวรายละเอียดของการตัดสิทธิ และผลกระทบจากการถูกตัดสิทธิครั้งนี้ในวันที่ 28 ต.ค.นี้

ค่าเงินบาทแข็งน่าห่วงกว่า

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การตัดสิทธิดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯมากนัก เพราะแต่ละปีไทยใช้สิทธิส่งออกมูลค่าไม่กี่พันล้านเหรียญฯ และไม่น่าจะกระทบต่อภาพรวมการส่งออกสินค้าไทย แต่ปัญหาของการส่งออกไทยขณะนี้คือ ค่าเงินบาทแข็งค่ามาก ทำให้ราคาสินค้าไทยมีแพงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และไทยสูญเสียศักยภาพการแข่งขัน โดยเฉพาะในสินค้าเกษตร ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ไม่เช่นนั้นการส่งออกไทย และเศรษฐกิจไทยจะลำบาก

ส่งออกเตรียมถกรับมือ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ในเร็วๆนี้ ผู้ส่งออกจะประชุมเพื่อประเมินผลกระทบกรณีที่สหรัฐฯตัดจีเอสพีสินค้าไทย รวมถึงการทำแผนรับมือกรณีดังกล่าว และทำแผนขยายตลาดอื่นๆ เพื่อชดเชยส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ ที่อาจจะหายไปส่วนหนึ่ง แต่มั่นใจว่าผู้ส่งออกสามารถปรับตัวได้ เพราะก่อนหน้านี้ในปี 58 สหภาพยุโรป (อียู) เคยตัดจีเอสพีสินค้าไทยมาแล้ว โดยอ้างรายได้ประชาชาติต่อหัวของไทยอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง แต่สุดท้ายผู้ส่งออกสามารถปรับตัวได้ภายใน 2 ปี อีกทั้งเมื่อกลางปี 62 ญี่ปุ่นก็ตัดจีเอสพีสินค้าไทยด้วย ทั้งนี้ แม้จะมีวิกฤติต่างๆ ผู้ส่งออกไทยสามารถปรับตัวได้มาหลายครั้งแล้วยกเว้นเรื่องของค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างมากสวนทางคู่แข่ง ซึ่งทำให้สินค้าไทยแข่งขันยาก โดยเฉพาะเรื่องราคา

ก.แรงงานแจงที่มาถูกตัดจีเอสพี

ด้านกระทรวงแรงงาน นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาสั่งระงับสิทธิพิเศษสินค้าไทย โดยให้เหตุผลไทยไม่ยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งทางสหรัฐฯ พยายามให้ไทยรับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 ซึ่งฉบับที่ 87 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรวมตัวตั้งเป็นสหภาพแรงงาน โดยแรงงานไทยนั้นเราได้อนุญาตให้ตั้งสหภาพอยู่แล้ว แต่ต่างชาติ หรือต่างด้าวนั้นยังไม่ให้ทำ ส่วนอนุสัญญาฉบับที่ 98 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเจรจาต่อรอง อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้ไทยจะให้การรับรองฉบับที่ 98 ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการรับรอง โดยมีการแก้กฎหมาย 2 ฉบับ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฉบับ 98 คือ พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 กับ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งตอนนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ต้องเดินตามกระบวนการรัฐสภา คาดว่าอาจจะใช้เวลาเป็นปี

หาเหตุไทยห้ามต่างด้าวตั้งสหภาพฯ

นายสมบูรณ์กล่าวอีกว่า สหรัฐอเมริกามองว่าไทยไม่ให้สิทธิคนต่างด้าวในการก่อตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งเรื่องการรวมตัวกันที่จริงก็ได้พยายามดำเนินการ เช่น แก้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ให้ลูกจ้างต่างด้าวสามารถร่วมเป็นสมาชิกสหภาพได้ และสามารถเป็นกรรมการได้สัดส่วน 1 ใน 5 ของกรรมการทั้งหมด ส่วนเรื่องที่จะต้องเร่งรัดการพิจารณารับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับให้เร็วขึ้นหรือไม่นั้น มีระยะเวลาในการดำเนินการชัดเจนอยู่แล้ว ว่าจะดำเนินการอย่างไร ไปถึงเมื่อไหร่ ทั้งนี้ สหรัฐฯเรียกร้องให้ไทยรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเราก็ไม่ได้ละเลย แต่จะให้การรับรองทันทีก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเรามีขั้นตอนในการแก้ไขกฎหมาย เลยไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงออกมาประกาศในช่วงนี้ และส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีไทยมีมติแบนสารเคมีในภาคเกษตร ที่สหรัฐฯ เพิ่งส่งหนังสือมาให้ไทยทบทวนการแบนสารเคมี

พท.จี้ ”บิ๊กตู่” รับผิดชอบ

วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ยกเลิกการให้สิทธิจีเอสพีสินค้าไทยเกือบ 60 รายการ มูลค่าเฉียด 40,000 ล้านบาทว่า สาเหตุที่รัฐบาลสหรัฐฯตัดสิทธิ เนื่องจากรัฐบาลไทยล้มเหลวการยกระดับสิทธิแรงงานให้เท่าเทียมมาตรฐานโลก เป็นรัฐบาลมา 5 ปี จะโยนความผิดไปใส่รัฐบาลไหนคงไม่ได้ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คุยมาตลอดว่าภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถออกกฎหมายได้มากที่สุด วันนี้คงถึงบางอ้อแล้วว่าประสิทธิภาพของการออกกฎหมาย ขึ้นอยู่กับเนื้อหา รายละเอียด ความเป็นสากล ไม่ใช่ปริมาณโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ คือเรื่องเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง ความล่าช้าของงบปี 63 การหดตัวของการส่งออก การซบเซาของการท่องเที่ยวที่ต้องเผชิญ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบว่าจะรับผิดชอบปมสหรัฐฯตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าไทยอย่างไร

เร่งหามาตรกรช่วยเกษตรกร

ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตรว่าต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไรหลังแบน 3 สารเคมี ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่าเตรียมผลักดันให้สหกรณ์จัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อให้บริการสมาชิกในราคาถูก ซึ่งจะทำรายละเอียดเพื่อเสนอ รมว.เกษตรฯ พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี โดยตนจะเร่งดูแล้วเสนอ รมว.เกษตรฯ ทันทีว่าจะใช้งบจากไหนเท่าไหร่ ยอมรับว่าการเลิกใช้ 3 สาร เกษตรกรอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่สามารถทำได้และจะต้องเริ่มทำเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคและลดการป่วยของคนไทย

เล็งจัดหาเครื่องจักรกลไปบริการ

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ 1 เดือน ทีมเจ้าหน้าที่ กสส.ลงสอบถามสหกรณ์ถึงความต้องการของสมาชิกสหกรณ์ หากมีการแบน 3 สารจะได้ช่วยเกษตรกรทันที เพราะช้าไม่ได้ แม้ขณะนั้นไม่มีใครคาดว่าจะแบนสารเคมีทั้ง 3 ตัวได้ และในการลงพื้นที่ปลูก อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา พบว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องมีการปรับรูปแบบการปลูกเรื่องระยะห่างเพื่อให้ใช้เครื่อง จักรได้ และขณะนี้เกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มมีการเตรียมปรับเปลี่ยนแล้ว ทั้งนี้ มาตรการสำคัญที่เสนอให้ รมช.เกษตรฯ พิจารณา คือการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตร 700 อำเภอ จัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรไปบริการเกษตรกรในราคาถูก โดยกรมสนับสนุนเงินจ่ายขาดให้สหกรณ์ในการจัดหา ในเงื่อนไขที่กรมกำหนดคือราคาบริการต่อไร่ต้องถูก เพื่อลดการใช้แรงงานคน ในหลักการคือให้แต่ละสหกรณ์แจ้งความจำนงเข้ามา เพราะสหกรณ์จะทราบว่าสมาชิกแต่ละแห่งต้องใช้เครื่องจักรอะไรบ้าง และเมื่อ รมช.เห็นชอบจะเร่งทำรายละเอียดเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

“สุริยะ” รอดูรายละเอียดก่อน

ในส่วนของ ก.อุตสาหกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 27 ต.ค.นี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องที่สถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดค้านการห้ามใช้สารไกลโฟเซต ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สารเคมีทางการเกษตรที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกใช้ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป ต้องรอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งรายละเอียดการแบน 3 สาร และจัดหาสารชนิดอื่นๆมาทดแทน กลับมาให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งต้องส่งเรื่องกลับเข้ามาก่อนมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

โยนกรมวิชาการเกษตรทำต่อ

ขณะที่นายประกอบ วิวิธจินดา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า การประชุมครั้งต่อไป ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาที่แน่ชัด แต่กรมวิชาการเกษตรจะต้องเสนอร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปรับวัตถุอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คือ ห้ามนำเข้า ส่งออก จำหน่าย เข้ามาให้คณะกรรมการพิจารณา และในสัปดาห์นี้จะหารือกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อดูผลกระทบและวางมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับกระทบ ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปแนวทางอย่างไร เนื่องจากเป็นประเด็นที่กรมวิชาการเกษตรจะต้องรับผิดชอบโดยตรง แต่กระทรวงอุตสาหกรรมจะเข้ามาช่วยดูเบื้องต้น วิธีการช่วยเหลือจะต้องประกาศสารทดแทนให้เร็วที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และหาแนวทางด้านเงินช่วยเหลือว่าจะหาจากช่องทางไหนที่จะชดเชยให้เกษตรกร

“จุรินทร์” รอฟังกรมการค้า ตปท.

ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวที่โรงแรมสุดาพาเลซ ถึงกรณีสหรัฐอเมริกาทำหนังสือถึงรัฐบาลไทย เพื่อขอให้ทบทวนการแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด ในภาคการเกษตร โดยเฉพาะสารไกลโฟเซตว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งต่อเรื่องให้กรมการค้าต่างประเทศนำไปพิจารณาแล้วว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศอย่างไร ซึ่งต้องรอการพิจารณาของกรมการค้าต่างประเทศ เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีส่วนในการพิจารณาเรื่องนี้ ในหนังสือกระทรวงเกษตรสหรัฐฯแสดงความห่วงใยเรื่องต้นทุนการใช้ยาตัวใหม่จะแพงขึ้น เฉลี่ยถึง 1 แสนล้านบาท พร้อมกับห่วงว่าสินค้าเกษตรบางอย่างของสหรัฐฯ จะมีปัญหาการนำเข้าในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวสะท้อนให้เห็นว่าทางสหรัฐฯห่วงใยการส่งออกสินค้าที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยส่วนตัวขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาตามขั้นตอนก่อน และจะไม่นำประเด็นนี้เข้าไปคุยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เพราะจะคุยในส่วนที่รับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นประธานการประชุมผู้นำเศรษฐกิจอาเซียน ประเด็นอาเซียน ส่วนการค้า การลงทุน ส่วนตัวยังคงไม่สามารถตอบได้ว่าประเทศอื่นในอาเซียนจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ด้วยหรือไม่

ไบโอไทยแนะวิธีชี้แจงสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวถึงกรณีทางสหรัฐอเมริกาให้ไทยระงับการแบนสารเคมีอันตรายว่า เบื้องต้นเราต้องชี้แจงตามขั้นตอนว่าการแบนดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายของไทย ซึ่งดำเนินการถูกต้อง โดยทางเครือข่ายได้เสนอรัฐบาลไทยไปแล้วว่า เราไม่จำเป็นต้องให้ระดับนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีทำเรื่องชี้แจง เนื่องจากตามวิธีการทูตแล้วสามารถให้ระดับเจ้าหน้าที่ เช่น อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นเลขาฯของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นผู้ชี้แจงต่อทางฝ่ายสหรัฐฯได้เลย โดยการชี้แจ้งเบื้องต้นประกอบด้วย 1.เราดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย และ 2.ดำเนินการตามหลักพื้นฐานข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่อิงตามพื้นฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ เป็นต้น

โดนโพสต์ข่มขู่ถึงขั้นตาย

นายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า การที่เราขับเคลื่อนเรื่องการแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด และเปิดเผยข้อมูลเรื่องอันตรายจากสารเคมีมาอย่างต่อเนื่องนั้น น่าจะไปกระทบกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา เพจไบโอไทยถูกคุกคาม ในกรณีที่เรามีการเปิดเผยเรื่องความเชื่อมโยงการทำงานมาเป็นเวลา 15 ปีของผู้บริหารบริษัทสารเคมี ส่งผลให้หน้าเพจของไบโอไทยถูกโพสต์คล้ายข่มขู่ใจความว่า “ลามปามเล่นไม่เลือกจะตายสักวัน” โดยผู้ที่ข่มขู่จากการที่สืบค้นพบว่าเป็นผู้บริหารของสมาคมที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัทสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเราจะรวบรวมข้อมูลส่งให้กับตำรวจในวันที่ 28 ต.ค.นี้

สื่อนอกมองสหรัฐฯตอบโต้ไทย

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการที่ไทยถูกสหรัฐอเมริกาตัดจีเอสพีว่าอาจถูกโยงไปถึงการที่ไทยประกาศแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่ามีบริษัทผลิตสารเคมีใหญ่ของสหรัฐฯเป็นผู้ส่งออก และก่อนหน้านี้ นายเท็ด แมคคินนีย์ ปลัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯทำหนังสือถึงรัฐบาลไทยแสดงความกังวลต่อกรณีไทยห้ามสารเคมีเกษตร 3 ชนิด พร้อมขอรัฐบาลไทยเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับสารเคมีไกลโฟเซต โดยระบุว่าสารเคมีที่รัฐบาลไทยห้ามยังมีใช้ในหลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าทางการเกษตรของสหรัฐฯที่ส่งออกไปยังไทยหลายรายการ อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี และยังไม่พบสารเคมีทดแทนที่เหมาะสม อยากขอให้ไทยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือเป็นพื้นฐานการตัดสินใจ อนึ่ง จากสถิติปี 2561 สหรัฐฯส่งออกข้าวสาลีและถั่วเหลืองมาไทย คิดเป็นมูลค่า 180 ล้านดอลลาร์ (5,400 ล้านบาท) และ 593 ล้านดอลลาร์ (17,790 ล้านบาท) ตามลำดับ

“ฮิวแมน ไรท์ วอตช์” ถล่มไทยซ้ำ

ขณะที่นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ออกแถลงการณ์ชื่นชมมาตรการของสหรัฐฯ เรื่องการระงับการค้าปลอดภาษีกับสินค้าไทย เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยล้มเหลวในการคุ้มครองแรงงานไทยและแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จากบรรดานายจ้างที่พร้อมจะไล่ออกลูกจ้างทุกคนที่เรียกร้องสิทธิ พร้อมระบุว่าไทยถึงควรแก่เวลาที่จะปฏิรูปเสียที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระงับสิทธิ์ GSPสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสหรัฐฯระงับสิทธิ์ GSPไทยGSPโดนัลด์ ทรัมป์จีเอสพีข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13:01 น.