ไลฟ์สไตล์
100 year

แฟรงก์เฟิร์ต บุ๊กแฟร์ คึกคัก สำนักพิมพ์ไทยร่วมซื้อขายลิขสิทธิ์งานแปล

ไทยรัฐออนไลน์
24 ต.ค. 2562 13:40 น.
SHARE

แฟรงก์เฟิร์ต บุ๊กแฟร์ คึกคัก สำนักพิมพ์ไทยร่วมซื้อขายลิขสิทธิ์งานแปล

ไทยรัฐออนไลน์

24 ต.ค. 2562 13:40 น.

‘หนอนหนังสือ’ แห่ชมงาน ‘แฟรงก์เฟิร์ต บุ๊กแฟร์’ งานหนังสือใหญ่สุดในโลก ที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ขณะที่สำนักพิมพ์ไทยร่วมซื้อขายลิขสิทธิ์งานแปล

เมื่อ 24 ต.ค.62 โสภาพร ควร์ซ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากเยอรมนี มหกรรมงานหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแฟรงก์เฟิร์ต บุ๊กแฟร์ (Frankfurt Book Fair) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้มาออกบูธแสดงสินค้า 7,450 ราย จาก 104  ประเทศ มีผู้เข้าชมงานกว่า 300,000 คน และมีประเทศนอร์เวย์ ได้รับเกียรติเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ (Guest of Honor) และจัดแสดงผลงานเขียนของนักเขียนชาวนอร์เวย์ พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย

ข่าวแนะนำ

เมื่อพูดถึงสัปดาห์หนังสือ หลายคนคงนึกถึงการซื้อขายหนังสือราคาพิเศษ ลดแลกแจกแถม โปรโมชั่นพิเศษมากมายแบบในประเทศไทยเรา แต่งานหนังสือที่แฟรงก์เฟิร์ต ไม่ใช่ภาพนั้น เพราะหัวใจสำคัญของงานนี้ คือการซื้อขายลิขสิทธิ์การแปลหนังสือ โดยสำนักพิมพ์ต่างๆ จาก 100 กว่าประเทศทั่วโลก ต่างก็มุ่งหน้ามาที่งานนี้ เพื่อเลือกหาหนังสือดี มีคุณภาพ และน่าจะทำยอดขายได้สูง เพื่อนำไปแปลเป็นภาษาของตนเอง

โดยรูปแบบของงานแฟรงก์เฟิร์ตบุ๊กแฟร์จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ธุรกิจ กับผู้ชมทั่วไป โดย 3 วันแรก จะเป็นส่วนของธุรกิจ การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือ ส่วน 2 วันสุดท้าย ซึ่งจะจัดให้ตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ เสมอนั้น จะเปิดให้สาธารณชนผู้สนใจเข้ามาชมได้ด้วย ซึ่งใน 2 วันหลังนี้เอง เราจะเห็นกระแสผู้คนชาวเยอรมันหลั่งไหลเข้ามาเลือกดูหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่ออกใหม่ พบกับนักเขียนที่ตนเองชื่นชอบ ฟังบรรยายต่างๆ รวมไปถึงแต่งตัว Cosplay มาพบกับเพื่อนๆ ที่มีความสนใจเดียวกัน จนกลายเป็นงาน Frankfurt Cosplay ย่อยๆ ขึ้นมาทุกปี

ภาพรวมโดยทั่วไปของงาน ผู้จัดกล่าวว่า มีความต้องการลิขสิทธิ์หนังสือแนวสารคดี แบบ non-fiction สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาของหนังสือที่ได้รับความสนใจสูง ก็คือ ความหลากหลาย, ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมทางการเมือง และในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตเองก็จัดกิจกรรมย่อยๆ ทั่วทั้งเมืองอีกกว่า 50 งาน ในส่วนของเทคโนโลยีนั้น ในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ จะเป็นการนำเสนอเครื่องแท็บเล็ตยี่ห้อต่างๆ สำหรับการอ่าน e-book 

แต่ในงานนี้ เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงเยอะคือการ streaming เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดยมีผู้นำของวงการอย่าง Spotify, Audible มาพูดคุยแลกเปลี่ยนว่า อุตสาหกรรมหนังสือจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของอุตสาหกรรมดนตรีในเรื่องการจัดการรายได้รายจ่ายได้อย่างไร

ในส่วนของประเทศไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกันมากว่า 2 ทศวรรษ ในการนำสำนักพิมพ์ไทยและหนังสือไทยมาออกงานนี้ โดยจัดทำเป็นบูธประเทศไทย ที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม เพื่อนำเสนอผลงานนักเขียนของประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

โดยในปีนี้ ทางบูธประเทศไทยมีสำนักพิมพ์ไทยมาร่วมงานทั้งสิ้น 11 ราย และตกแต่งบูธในธีม ความเชื่อของไทย (Thai Beliefs) โดยผ่านการสักยันต์ มีช่างสักยันต์ คุณไก่ ทรงศักดิ์ เปี่ยมใหญ่ มาสาธิตการสักให้ชม วันละ 4 รอบ ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมที่เข้ามาชมอย่างต่อเนื่อง และมีการบรรยายในหัวข้อนักบวชหญิงในพุทธศาสนาไทยร่วมสมัย (Female Practitioners in Modern Thai Buddhism) โดย อ. มาร์ติน เซเกอร์ ผู้เขียนหนังสือ Gender and the Path to Awakening: Hidden Histories of Nuns in Modern Thai Buddhism จากสำนักพิมพ์ Silkworm แล้วต่อด้วยงานเลี้ยงรับรอง Thailand Reception

ส่วนงานหนังสือนั้น คุณโชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โอกาสของสำนักพิมพ์ไทยในตลาดโลก ยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะในแถบอาเซียนและเอเชีย ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอยู่ แต่ก็ยังคล้ายกันมากกว่าตลาดทางแถบยุโรป อเมริกา หรือทวีปอื่นๆ โดยหมวดหนังสือที่หนังสือไทยที่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ คือ หมวดหนังสือเด็ก ซึ่งมีความเป็นสากล

ส่วนหมวดหนังสือที่สำนักพิมพ์ไทยให้ความสนใจในการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาไทย ได้แก่ หมวดเด็ก วรรณกรรม และ non-fiction ด้านการศึกษา เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนไทย “การเลือกซื้อลิขสิทธิ์หนังสือไปแปลเป็นภาษาไทย ยังคงเกิดขึ้นอย่างคึกคัก เพราะการอ่าน ยังคงเป็นการให้ความสนุกสนาน ความสุข จากการได้รู้เรื่องราวที่สนุก การอ่านวรรณกรรมยังตอบโจทย์นี้อยู่” คุณโชนรังสี เล่าด้วยว่า นอกจากงานหนังสือที่แฟรงก์เฟิร์ตแล้ว ยังมีแผนจะพาเพื่อนสำนักพิมพ์ไทยทั้งหลายไปเยือนงานในภูมิภาคเอเชีย อย่าง Beijing International Book Fair ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่ใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย โดยจะเป็นความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอีกเช่นกัน

“อยากให้ทุกภาคส่วนมองว่า การนำหนังสือออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือ แต่เป็นเรื่องของการพาวัฒนธรรมไทยไปสู่สากลด้วย ดังนั้น อยากให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารระดับสูงของประเทศสนับสนุน เพราะเป็นการผลักดันธุรกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ในส่วนของอาเซียน สมาคมฯ ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมผู้ผลิตหนังสือแห่งอาเซียน (ASEAN Book Publishers Association หรือ ABPA) นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะผลักดันความเป็นไทยออกไปสู่ประเทศอาเซียนให้ได้มากที่สุด ผ่าน content เนื้อหาสาระดีๆ ของหนังสือมากมายจากสำนักพิมพ์ที่เป็นสมาชิก

และในปีหน้าทางสมาคมฯ เองก็จะจัดงาน International Children's Content Rights Fair ที่กรุงเทพฯ ระหว่าง 22 - 26 กรกฎาคม 2020 เพื่อส่งเสริมผลงานของนักเขียน นักวาดรูปหนังสือเด็กของไทย ให้ออกสู่สายตาต่างชาติมากขึ้น งานนี้จัดขึ้นมา 2 ปีแล้วที่เชียงใหม่ และได้รับความสนใจจากเพื่อนสำนักพิมพ์ในประเทศอาเซียน จีน ไต้หวัน เป็นอย่างมาก

ส่วนงานหนังสือในประเทศไทยนั้น คุณโชนรังสีกล่าวว่า ปัจจุบันได้ย้ายไปจัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีแล้ว ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/bookthai ส่วนงานแฟรงก์เฟิร์ตบุ๊กแฟร์ปีหน้า จะจัดระหว่าง 14 – 18 ตุลาคม โดยมีประเทศแคนาดาเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แฟรงเฟิร์ต บุ๊กแฟร์แฟรงก์เฟิร์ตสัปดาห์หนังสืองานหนังสือใหญ่สุดในโลกเยอรมนี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 12:35 น.