เหตุประท้วงรุนแรงในประเทศชิลีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย หลังจากผู้ประท้วงก่อเหตุจุดไฟเผาห้างสรรพสินค้า ขณะที่การประท้วงยังทำให้หลายเที่ยวบินถูกยกเลิกในวันอาทิตย์ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 รายในเหตุจลาจลของผู้ประท้วงต่อต้านมาตรการขึ้นราคาค่ารถไฟใต้ดินในประเทศชิลีเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา หลังจากผู้ประท้วงก่อเหตุจุดไฟเผาภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองหลวงกรุงซานติอาโก ขณะเดียวกัน หลายเที่ยวบินของสนามบินซานติอาโกต้องถูกยกเลิก เนื่องจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

กรุงซานติอาโกและอีกหลายเมืองในชิลีเผชิญกับการประท้วงอย่างรุนแรงตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนทำให้ประธานาธิบดี เซบาสเตียน ปินเยรา ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ต.ค. และจนถึงตอนนี้มีผู้ถูกจับกุมไปแล้วมากกว่า 300 คน ตำรวจได้รับบาดเจ็บกว่า 156 นาย และพลเรือนบาดเจ็บอีก 11 ราย

...

ตามการเปิดเผยของนางคาร์ลา รูบิลาร์ ผู้ว่าราชการกรุงซานติอาโก เหตุเผาห้างทำให้มีผู้ได้รับแผลไฟไหม้ถึงขั้นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ส่วนอีกรายบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเที่ยวบินของสายการบิน “ลาแทม” (LATAM) ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่ที่สุดในประเทศ กับสายการบิน “สกายแ แอร์ไลน์” ต้องถูกยกเลิกหรือออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดในช่วงเช้าวันอาทิตย์ (20 ต.ค.) เพราะพนักงานมาทำงานไม่ได้ อันเป็นผลมาจากมาตรการเคอร์ฟิว, บริการขนส่งสาธารณะหยุดบริการ และเหตุประท้วง

ทั้งนี้ รัฐบาลชิลีประกาศขึ้นราคาค่าตั๋วรถไฟใต้ดินจาก 800 เปโซเป็น 830 เปโซ (จากราว 34 บาทเป็น 35 บาท) ในชั่วโมงเร่งด่วน หลังจากเมื่อเดือนมกราคมเพิ่งขึ้นไป 20 เปโซ (ราว 0.85 บาท)

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดการประท้วง ประธานาธิบดีปินเยรา ก็ยอมสั่งระงับการขึ้นราคาค่ารถไฟฟ้าใต้ดินแล้ว แต่การประท้วงยังไม่สงบลง ทำให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินกับมาตรการเคอร์ฟิวยามวิกาล ทหารและรถถังต้องถูกส่งไปประจำตามท้องถนนในเมืองหลวงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2533 ที่ได้กลับเป็นประชาธิปไตยหลังสิ้นสุดการปกครองของประธานาธิบดี ออกุสโต ปินโยเชต์