ข่าว
100 year

จับตา EU ฟันธง Brexit พรุ่งนี้

ลม เปลี่ยนทิศ16 ต.ค. 2562 05:06 น.
SHARE

เดเนียล มอสส์ คอลัมนิสต์ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก วิจารณ์สถานการณ์เมืองไทยได้ชัดเจนดี การเมืองไทยที่ล้าสมัย เปิดทางให้ผู้นำรัฐ ประหารกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทำให้การเมืองไทยย้อนยุคไปสู่ “การเมืองที่มีกองทัพครอบงำ” ซึ่ง เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ได้ทิ้งการเมืองแบบนี้ไปหมดแล้ว

การเมืองไทยจึงล้าหลังอย่างที่เห็น ไม่รู้เมื่อไหร่จะวิ่งทันเพื่อนบ้าน

วันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านไปจับตาเรื่องสำคัญของโลก ซึ่งจะมีผลกระทบกับไทยโดยตรง นั่นก็คือเรื่อง Brexit การออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษ จากการลงประชามติของชาวอังกฤษ 51.9% เมื่อปี 2016 เหลือเวลาอีก 15 วันเท่านั้น วันที่ 31 ตุลาคม คือ เส้นตายที่อังกฤษจะต้องออกจากสหภาพยุโรป (EU) ไม่ว่าจะ มีข้อตกลง (Deal) หรือ ไม่มีข้อตกลง (No Deal) เว้นแต่จะมีการออกเสียงลงประชามติใหม่

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษ เสด็จเปิดรัฐสภาอังกฤษ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษ ของ นายบอริส จอห์นสัน ได้ฝากความหวังไว้กับ พระราชดำรัส ของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในรัฐสภา ถึงแนวทางในการเบร็กซิต

วันนี้ รัฐบาลอังกฤษกำลังทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจาก สหภาพยุโรป จะมีการประชุม สุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป 27 ชาติ ในวันพรุ่งนี้ 17 ตุลาคม เพื่อพิจารณาเรื่องเบร็กซิต จะยอมรับข้อเสนอใหม่ของอังกฤษ หรือ ขยายเวลาเบร็กซิตออกไปหรือไม่ ขณะที่ นายบอริส จอห์นสัน นายกฯอังกฤษ ยืนยันจะออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ตามกำหนดเดิม

ผมเขียนคอลัมน์บ่ายวันจันทร์ ยังไม่มีข่าวจากรัฐสภาอังกฤษ แต่ วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนตุลาคม รายงานว่า อังค์ถัด (UNCTAD) หน่วยงานของสหประชาชาติได้ประเมินว่า ถ้าอังกฤษออกจากอียูแบบไม่มีข้อตกลงใดๆ อังกฤษจะได้รับความเสียหายจากการส่งออก 16,000 ล้านดอลลาร์ 488,000 ล้านบาทต่อปี ผู้ส่งออกอังกฤษยังต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีอีกมากมาย นอกจากนี้ อียูยังมีข้อตกลงทางการค้ากับ 70 ประเทศทั่วโลก เมื่ออังกฤษออกจากอียูก็ต้องเจรจากับ 70 ประเทศใหม่หมด

ในเบื้องต้น อังค์ถัด ประเมินว่า ภาคการส่งออกอังกฤษจะได้รับความเสียหายจาก No–Deal Brexit แน่นอน ปี 2018 อังกฤษมียอดส่งออกราว 450,000 ล้านดอลลาร์ประมาณ 50% ครึ่งหนึ่งส่งออกไปยังตลาดอียูที่ไม่มีภาษี ต่อไปต้องเสียภาษีนำเข้าและ ยังส่งผลให้ธุรกิจธนาคารอังกฤษสูญเสียรายได้ไปราว 25% นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังประเมินว่า กรณีเบร็กซิตแบบมีข้อตกลง (Deal) จะส่งผลให้ จีดีพีอังกฤษลดลง 2.5–4.0% และ จีดีพีอียูลดลง 1.5% แต่ถ้า เบร็กซิตโดยไม่มีข้อตกลง (No Deal) จะส่งผลให้ จีดีพีอังกฤษลดลง 5.0–8.0% และ จีดีพีอียูลดลง 0.8% แสดงว่าการออกจากอียูของอังกฤษ เสียหายใหญ่หลวงทั้งขึ้นทั้งล่อง

ก็เป็นข้อมูลใน วารสาร การเงินธนาคาร ที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ประเมินว่า หากอังกฤษออกจากอียูแบบ No–Deal Brexit ด้านการค้าจะเป็นประโยชน์ต่อไทย โดยไทยจะได้รับประโยชน์จากมาตรการภาษีชั่วคราว 1 ปีที่อังกฤษกำหนดขึ้น สินค้าไทย 87% ที่ส่งออกไปอังกฤษจะได้รับการยกเว้นภาษี อีก 13% เสียภาษีเท่าเดิมหรือลดลงจากเดิมที่สินค้าไทยเสียเปรียบคู่แข่งที่ทำ FTA กับอังกฤษ

ก็คงดีใจได้ปีเดียว และ ไทยก็ไม่มี FTA กับ EU ด้วย จึงไม่ได้ประโยชน์จากอียู

5 ปีรัฐบาล คสช. และ รัฐบาลต่อท่อ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปัจจุบัน ไทยไม่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับชาติใดเพิ่มขึ้นเลยรวมทั้งอียู กินแต่บุญเก่า และก็ยังไม่มีท่าทีรีบร้อนทำเรื่องเอฟทีเอกับใคร ขณะที่ เวียดนาม มาทีหลังแต่แซงหน้าไทยไปไกลลิ่วแล้ว

“บุญเก่า” หมดเมื่อไหร่ จะเดือดร้อนกันทั้งประเทศทีเดียว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

BrexitEUอังกฤษสหภาพยุโรปลม เปลี่ยนทิศหมายเหตุประเทศไทย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้