กีฬา
100 year

สหรัฐอเมริกากุเรื่องสร้างความชอบธรรม

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย16 ต.ค. 2562 05:03 น.
SHARE

ผู้ร่วมทีมที่เดินทางไปอิรักในช่วงที่สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ปฏิบัติการ Operation Iraqi Freedom เมื่อ พ.ศ.2546 ได้รับคำแนะนำให้ดูภาพยนตร์เรื่อง “Official Secret” ที่มีชื่อภาษาไทยว่า “รัฐบาลซ่อนเงื่อน” พ่อผมซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของผู้เดินทางใน พ.ศ.2546 และได้ไปดูภาพยนตร์ “รัฐบาลซ่อนเงื่อน” เมื่อ 13 ตุลาคม 2562

“รัฐบาลซ่อนเงื่อน” สร้างจากเรื่องจริงของเจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองของอังกฤษชื่อเคทเธอรีน กัน ผู้ได้รับอีเมลเอกสารลับมีรายละเอียดว่าสหรัฐฯจะร่วมมือกับอังกฤษเพื่อค้นหาข้อมูลของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อจะใช้ข้อมูลแบล็กเมล์บีบให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงฯแบบไม่ถาวร ยกมือหนุนให้สหรัฐฯและอังกฤษโจมตีซัดดัม

เคทเธอรีน กัน แอบส่งสำเนาเอกสารลับเพื่อให้มีการส่งต่อไปถึงมาร์ติน ไบรท์ นักข่าวหนังสือพิมพ์ The Observer หลังจากที่ตีพิมพ์เอกสารลับฉบับนี้ ทางสหรัฐฯก็ดิ้น พยายามบอกว่าเอกสารลับฉบับนี้เป็นของปลอม

เคทเธอรีน กัน รับว่าตนเป็นผู้นำเอกสารลับไปให้นักข่าวจึงถูกฟ้องศาล การออกมายอมรับของเธอทำให้ทั้งโลกได้ทราบความจริงว่ารัฐบาลสหรัฐฯโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช สร้างเรื่องว่าอิรักสะสมอาวุธอันตรายและชวนอังกฤษซึ่งขณะนั้นมีนายกรัฐมนตรีชื่อโทนี แบลร์ ร่วมโจมตีอิรัก โดยที่อิรักไม่มีความผิด เคทเธอรีน กัน ทำให้ โลกทราบว่าสหรัฐฯกุเรื่องได้ทุกอย่างเพื่อสร้างความชอบธรรมโจมตีประเทศอื่น

ก่อนมีนาคม 2546 ประธานาธิบดีบุชพยายามโน้มน้าวให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงฯเห็นว่าต้องใช้กำลังโจมตีอิรักเพื่อหยุดยั้งโครงการพัฒนา Weapons of Mass Destruction (WMD) หรืออาวุธที่มีพลานุภาพในการทำลายล้างสูง โดยสหรัฐฯยืนยันว่ามีหลักฐานที่ซัดดัม ฮุสเซน กำลังพัฒนา WMD

แต่การเข้าไปตรวจในแผ่นดินอิรักเป็นร้อยครั้งก็ไม่พบ คณะมนตรีความมั่นคงฯจึงไม่มีมติให้บุกอิรัก สหรัฐฯจึงบุกอิรักเองโดยอ้าง pre-emptive war และ unilateralism หรือ “หลักการชิงการทำสงครามล่วงหน้าก่อนถูกรุกราน” และ “หลักการการใช้กำลังฝ่ายเดียว” โดยไม่สนว่าคณะมนตรีความมั่นคงฯจะมีมติหรือไม่

นอกจากต้องการทำลายอารยธรรมเก่าแก่เมโสโปเตเมียของอิรักที่ผมเรียนรับใช้ในคอลัมน์นี้ไปเมื่ออังคารที่ 24 กันยายน 2562 แล้ว ผมยังเชื่อว่าสหรัฐฯต้องการกำจัดซัดดัมซึ่งกุมความลับของสหรัฐฯอยู่หลายอย่าง

ความอยากเข้าใจเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ทำให้ต้องค้นประวัติซัดดัมมาศึกษา พ่อซัดดัมตายตั้งแต่ซัดดัมอายุ 6 เดือน แกโตขึ้นมาด้วยสภาพที่ถูกพ่อเลี้ยงทารุณ ใต้สมองของซัดดัมเต็มไปด้วยความคิดสังคมนิยมและชาตินิยมอาหรับที่แกได้รับอิทธิพลมาจากญะมาล อับดุล นาซิร หรือชื่อที่เรารู้จักกันดีว่านัสเซอร์ ประธานาธิบดีแห่งอียิปต์

ซัดดัมเติบโตจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ในยุคที่อิรักอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ไฟซอล ซึ่งภายหลังโดนนายพลอับดุล การีม กอซิม ล้ม ซัดดัมซึ่งตอนนั้นสมัครเป็นสมาชิกพรรคบาธใหม่ๆ ไม่ชอบทั้งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และไม่ชอบทั้งนายพลกอซิม ได้สร้างวีรกรรมด้วยการพยายามฆ่านายกรัฐมนตรีของรัฐบาลที่ล้มกษัตริย์ไฟซอลเมื่อ พ.ศ.2502 แต่ไม่สำเร็จ

ซัดดัมซึ่งตอนนั้นเป็นนายทหารตัวเล็กๆ แต่กล้าพยายามฆ่านายกรัฐมนตรี ก็คงต้องมีผู้สนับสนุนรายใหญ่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เมื่อฆ่านายกฯไม่สำเร็จก็ต้องหนี ผู้บริหารจัดการการหนีของซัดดัมในตอนนั้นคือ “สำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ” หรือ “ซีไอเอ”

ซีไอเอจัดการให้ซัดดัมลี้ภัยไปอยู่กรุงไคโรของอียิปต์ และเข้าเรียนต่อคณะนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยไคโร และใช้ซัดดัมทำงานใหญ่ในตะวันออกกลางอีกหลายเรื่อง แต่ภายหลังเมื่อใหญ่โตแล้ว ซัดดัมไม่อยู่ใต้การบัญชาของซีไอเอ

ต้องขอบคุณกาวิน ฮูด ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Official Secret ที่กล้าทำภาพยนตร์กระชากหน้ากากรัฐบาลสหรัฐฯและอังกฤษในเรื่องนี้ พรุ่งนี้ขออนุญาตมารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐอเมริกาสร้างความชอบธรรมซัดดัม ฮุสเซนโจมตีอิรักนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยเปิดฟ้าส่องโลก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้