รัฐบาลซีเรียตกลงส่งทหารไปยังดินแดนทางเหนือเพื่อช่วยนักรบเคิร์ดยับยั้งการบุกของทหารตุรกีแล้ว หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียเผยเมื่อ 13 ต.ค. 2562 ว่า รัฐบาลซีเรียตกลงที่จะส่งทหารไปยังพื้นที่ชายแดนตอนเหนือของประเทศ เพื่อยับยั้งการบุกโจมตีชาวเคิร์ดของกองทัพตุรกีแล้ว หลังจากฝ่ายเคิร์ดและรัฐบาลบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

การต่อสู้บริเวณชายแดนทางเหนือของซีเรียเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจากสหรัฐฯ ประกาศถอนทหารออกจากดินแดนดังกล่าว ทำให้ตุรกีส่งกองทัพเข้ามาโดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันกองกำลังชาวเคิร์ดที่พวกเขามองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายออกจากพื้นชายแดน ทำให้ดินแดนในครอบครองของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ของชาวเคิร์ดถูกโจมตีอย่างหนักตลอดช่วงสุปดาห์ที่ผ่านมา และตุรกีสามารถยึดเมืองชายแดนสำคัญอย่าง ราส อัล-ไอน์ และ ทาล อับยาด รวมทั้งอีก 21 หมู่บ้านเอาไว้ได้ โดยมีพลเรือนและนักรบเสียชีวิตจำนวนมากทั้ง 2 ฝ่าย

...

ล่าสุดฝ่ายนักรบเคิร์ดกับรัฐบาลซีเรียสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่รัฐบาลชาวเคิร์ดในภาคเหนือของซีเรียระบุว่า ตามข้อตกลงกองทัพรัฐบาลจะถูกส่งมาประจำการตลอดแนวชายแดนทางตอนเหนือ เพื่อช่วยเหลือกองกำลัง SDF ในการตอบโต้การรุกรานและปลดปล่อยดินแดนที่กองทัพตุรกีและทหารรับจ้างเข้าไปยึดครอง นอกจากนี้ยังเป็นการเบิกทางสู่การปลดปล่อยทุกเมืองในซีเรียที่ตุรกียึดครอง รวมทั้งเมืองอัฟรินของชาวเคิร์ดที่ถูกชิงไปเมื่อปี 2561 ด้วย

ข้อตกลงดังกล่าวนับเป็นการเปลี่ยนขั้วพันธมิตรครั้งใหญ่ของชาวเคิร์ด หลังจากสูญเสียความคุ้มครองทางทหารจากสหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรกันมายาวนาน อย่างไรก็ตามนาย มาซลูม อับดี หัวหน้ากลุ่ม SDF ยอมรับว่า ข้อตกลงนี้มาพร้อมกับการประนีประนอมอันน่าเจ็บปวดทั้งกับรัฐบาลอัสซาด และรัสเซีย “เราไม่เชื่อในคำสัญญาของพวกเขา พูดตามตรง เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าควรเชื่อใจใครกันแน่ แต่ถ้าเราต้องเลือกระหว่างการประนีประนอมกับถูกทำลายล้างของผู้คนของเรา แน่นอนว่าเราต้องเลือกชีวิตของคนของเรา”

ทั้งนี้ ชาวเคิร์ดเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ในการปฏิวัติอาหรับสปริงปี 2554 โดยพวกเขามีเป้าหมายหลักในการแยกตัวเป็นอิสระและปกครองตนเอง พวกเขาอาศัยช่วงความวุ่นวายในสงครามกลางเมืองซีเรีย ก่อตั้งดินแดนปกครองตนเองทางเหนือและตะวันออกของซีเรีย หรือที่ชาวเคิร์ดเรียกว่า ‘โรจาวา’ (Rojava) ขึ้นมาได้สำเร็จ

ชาวเคิร์ดยังเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ และกำลังหลักในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม แต่การถอนตัวของสหรัฐฯ เหมือนเป็นการเปิดช่องให้ตุรกีที่จ้องเล่นงานนักรบเคิร์ดซึ่งพวกเขามองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายมานาน ได้โอกาสบุกโจมตี โดยอ้างว่าจะสร้างเขตปลอดภัย หรือเซฟโซน ขึ้นในดินแดนทางเหนือของซีเรีย โดยไม่สนคำเตือนหรือคำขู่จากนานาประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ โดยเฉพาะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ถูกชาวเคิร์ดและชาติตะวันตกประณามว่าทรยศหักหลังพันธมิตรของตัวเอง.