การต่อสู้ระหว่างกองทัพตุรกีกับกองกำลังชาวเคิร์ดในภาคเหนือของซีเรียดำเนินมาเป็นวันที่ 2 ทำให้ชาวบ้านหลายหมื่นคนต้องอพยพ ขณะที่มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงขึ้นในพื้นที่ทางเหนือของซีเรียเป็นวันที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ต.ค. 2562 หลังจากตุรกีส่งกองกำลังภาคพื้นโจมตีดินแดนที่ชาวเคิร์ดครอบครองอยู่ โดยฝ่ายตุรกีอ้างว่า สามารถยึดพื้นที่เป้าหมายได้หลายจุด และสังหารนักรบติดอาวุธชาวเคิร์ดได้หลายสิบราย

การโจมตีของตุรกีเกิดขึ้นในพื้นที่ระหว่างเมืองราส อัล-ไอน์ และเมือง ทาล อับยาด บริเวณชายแดนติดประเทศตุรกี หมู่บ้านหลายแห่งทางตะวันออกของ ทาล อับยาด ถูกยึดเอาไว้ได้ โดยนักรบกบฏจากกองกำลังซีเรียเสรี (FSA) ซึ่งสนับสนุนตุรกีก็เข้าร่วมในการต่อสู้ด้วย โดยโฆษกของกลุ่ม FSA ระบุว่า เมืองราส อัล-ไอน์ และเมือง ทาล อับยาด ถูกล้อมเอาไว้แล้ว

ด้านกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ซึ่งนำโดยกองกำลังชาวเคิร์ด ระบุว่า มีการโจมตีอย่างหนักจากเครื่องบินและปืนใหญ่ของตุรกีที่เมือง ราส อัล-ไอน์ มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายด้วย แต่พวกเขาสามารถตีโต้กองทัพตุรกีในพื้นที่ทางตะวันออกของแม่น้ำจาลับได้ และสามารถทำลายยานพาหนะของกองทัพได้ 3 คัน และสังหารศัตรูได้ 22 คน

...

โฆษกของกลุ่ม SDF ยังปฏิเสธข้อมูลของนายเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีที่ระบุว่า มีนักรบติดอาวุธถูกสังหาร, บาดเจ็บ หรือถูกจับได้ 109 ราย ส่วนกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เผยว่า มีนักรบ SDF เสียชีวิต 16 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ในขณะเดียวกัน สภากาชาดของชาวเคิร์ดระบุว่า มีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 7 รายรวมทั้งเด็ก 2 คน และมีผู้บาดเจ็บหนักอีก 19 คน ส่วนคณะกรรมการช่วยเหลือและกู้ภัยนานาชาติ ชี้ว่ามีประชาชน 64,000 คนต้องอพยพออกจากบ้าน แต่หากการโจมตียังดำเนินต่อไป จำนวนอาจเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300,000 คน

ทั้งนี้ ตุรกีระบุว่า เป้าหมายการโจมตีครั้งนี้คือการสร้างเขตปลอดภัย หรือ เซฟโซน ที่ไม่มีนักรบเคิร์ด และจะนำผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในตุรกีราว 2 ล้านคนมาอาศัยที่นี่ อย่างไรก็ตาม การบุกซีเรียของตุรกีเรียกเสียงตำหนิจากหลายประเทศ โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จัดการประชุมฉุกเฉินเรื่องนี้ในวันพฤหัสบดี โดยสิ่งที่ประชาคมโลกกังวลก็คือ ชะตากรรมของนักรบกลุ่มรัฐอิสสลามจำนวนหลายพันคนที่ถูกกองกำลังชาวเคิร์ดควบคุมตัวเอาไว้