แม้มหันตภัย “เอดส์” หรือโรคเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องเพราะติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ดูเหมือนข่าวคราวทุเลาเบาบางลงจากช่วงต้นทศวรรษปี 2000 ซึ่งอัตราการระบาดสูงสุดนับตั้งแต่ชาวโลกรู้จัก “เอดส์” อย่างกว้างขวางมากขึ้นเมื่อช่วงทศวรรษ 1980 หรือราว 40 ปีก่อน แต่สถานการณ์ปัจจุบันก็ยังน่าห่วง
ข้อมูลจนถึงปี 2559 ชาวโลกล้มตายเพราะ “เอดส์” แล้วกว่า 35 ล้านคน ผู้ป่วยติดเชื้อ ยังมีชีวิตมากกว่า 36.7 ล้านคน พื้นที่ที่เอดส์ระบาดมากที่สุดคือ ทวีปแอฟริกา ไล่เรียง ประเทศค่าเฉลี่ยผู้คนติดเอดส์มากที่สุด อันดับ 1 สวาซิแลนด์ อัตราการติดเอดส์ของประชากร 27.20 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 เลโซโธ 25 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 บอตสวานา 21.90 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 4 แอฟริกาใต้ 18.90 เปอร์เซ็นต์
ไทยอยู่อันดับ 41 ค่าเฉลี่ยผู้คนติดเอดส์ 1.10 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา อยู่อันดับ 24 ค่าเฉลี่ยผู้คนติดเอดส์ 2.40 เปอร์เซ็นต์ ช่วงอายุผู้คนติดเอดส์มากที่สุดคือ 15-24 ปี แต่จำนวนไม่น้อยคือกลุ่มสตรีตั้งครรภ์และหลายรายอายุถึงราว 40 ปี
พอรู้ๆกันอยู่แล้ว “เอชไอวี” เชื้อไวรัสมรณะ ติดต่อกันได้หลักๆ 3 ทาง คือ เพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือสวมถุงยางอนามัย ติดต่อผ่านทางของเหลวจากร่างกายผู้ป่วยหรือการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายเนื้อเยื่ออวัยวะ และติดต่อผ่านจากแม่สู่ลูก
ตัวอย่างสถานการณ์ระบาดของ “เอดส์” ในแอฟริกาใต้ หนึ่งในชาติติดอันดับผู้ป่วยเอชไอวีมากที่สุดของโลก คือราว 7.2 ล้านคน ผู้ป่วยอยู่ระหว่างเข้ารับการเยียวยาชะลอการกำเริบของโรคมากกว่า 700,000 ราย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 15-19 ปี และน่าตกใจคือผู้เข้ารับการเยียวยาเป็นกลุ่มเด็กหญิงมากกว่ากลุ่มเด็กชายถึง 9 ใน 10 คน
...
ผลกระทบความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมจากมหันตภัยเอดส์ทั่วโลกยังประเมินได้ไม่ชัดเจน แต่คาดว่ามูลค่ามหาศาล เฉพาะผลกระทบทางสังคมก่อเกิด “เด็กกำพร้าติดเอดส์” ทั่วโลกมีมากกว่า 12 ล้านคน เด็กเหล่านั้นจำนวนไม่น้อยอยู่ภายใต้การดูแลเลี้ยงดูจากคนรุ่นปู่ย่าตายาย
อย่าลืม “เอดส์” ยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ กระบวนการเยียวยาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวียุคปัจจุบันยังแค่ “ช่วยชะลอ” พัฒนาการของโรคร้ายได้เท่านั้น....
อานุภาพ เงินกระแชง