...เมืองใหญ่ริมชายฝั่งทะเลเกือบทั่วโลก ต่างต้องปกป้องพื้นที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะมากและเร็วขึ้นเรื่อยๆเพราะผลพวงจากสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นทุกวันเวลา
“มุมไบ” หรือ “บอมเบย์” เมืองเอกรัฐมหาราษฏระ--Maharashtra ทางตะวันตกของอินเดีย เมืองใหญ่ประชากรมากที่สุดของประเทศ ราว 12.5 ล้านคน ไม่พ้นเผชิญสถานการณ์เดียวกันนี้
พื้นที่ประสบปัญหารุนแรงมากที่สุดบริเวณหนึ่งคือย่านธาราวี--Dharavi แหล่งสลัมใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ทั้งติดอันดับโลก ประเมินผู้พักอาศัยอาจมากถึง 1 ล้านคน บนพื้นที่กว้างราว 1.7 ตารางกิโลเมตร
สถานการณ์น้ำท่วมสลัมธาราวีรุนแรงขึ้นทุกปี ถ้าเป็นไปตามคาดการณ์ของสหประชาชาติ ระบุภายในสิ้นศตวรรษนี้ หรืออีกราว 80 ปี ระดับน้ำทะเลทั้งโลกอาจเพิ่มถึง 1 เมตร จะทำให้เมืองมุมไบต้องจมน้ำมากราว 1 ใน 4 ส่วน
เดิมสมัยอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมอินเดีย เมืองท่าบอมเบย์มีเกาะเล็กๆประกอบกัน 7 แห่ง แต่ทุกวันนี้ไม่มีเหลือเกาะแก่งเหล่านั้นแล้ว และตลอดช่วง 15 ปี ชายหาดบางส่วนของเมืองมุมไบถูกน้ำทะเลแย่งพื้นที่ปกคลุมแล้วมากกว่า 20 เมตร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายในช่วงฤดูมรสุม ทำให้เกิดน้ำขังรอการระบายยาวนาน ผู้คนล้มตายเพราะน้ำท่วมตลอดช่วง 20 ปี หลายร้อยคน เฉพาะพายุไซโคลนลูกเดียวพัดถล่มเมืองมุมไบเมื่อช่วงปี 2548 คร่าชีวิตผู้คนมากราว 500 ราย
ทางแก้ปัญหาของรัฐมหาราษฏระ พยายามสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะมากกว่า 20 แห่ง รวมทั้ง 4 แห่งในเขตเมืองมุมไบ แต่ยังไม่พอ ต้องปลูกเพิ่มป่าไม้โกงกางช่วยทำหน้าที่ “ฟองน้ำ” ดูดซับและชะลอการกัดกร่อนผืนแผ่นดินอีกทางหนึ่ง
...
โครงการรณรงค์ปลูกป่าโกงกางของรัฐมหาราษฏระ ตั้งเป้าให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลความยาวถึง 720 กม.ทางการอ้างเวลานี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 82 เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากการสร้างเสริมแนวปะการังใต้น้ำช่วยผ่อนแรงการถาโถมของน้ำทะเลอีกส่วนหนึ่ง
แต่ปัญหาใหญ่ของเมืองมุมไบที่ยังแก้ไม่ตกคือ ระบบระบายน้ำยิ่งแย่ลงกว่าเดิม เพราะความเจริญของเมืองใหญ่ขยายตัว อาคารตึกสูงผุดขึ้นมากมายใกล้แนวชายฝั่งทะเล ช่วยกีดขวางทางน้ำไหลลงทะเลเข้าไปอีก...
อานุภาพ เงินกระแชง