หัวเว่ยจัดงาน Huawei Connect 2019 ประกาศแผนยุทธศาสตร์ต้อนรับตลาดคอมพิวติ้งที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเปิดตัว Atlas 900 คลัสเตอร์การฝึก AI ที่หัวเว่ยอ้างว่าเร็วที่สุดในโลกด้วย

บริษัท หัวเว่ย หนึ่งในบริษัทไอทีชั้นนำของโลก จัดงาน Huawei Connect 2019 ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของพวกเขาภายใต้ธีม Advance Intelligence ซึ่งสื่อถึงความก้าวหน้าอีกขั้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.ย. 2562 มีผู้มาร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 25,000 คน

ในงานคีย์โน๊ต นาย เคน หู รองประธานกรรมของหัวเว่ย ประกาศยุทธศาสตร์รับรองตลาดคอมพิวติ้ง หรือ การประมวลผล โดยระบุว่าภารกิจของบริษัทคือการนำดิจิทัลไปสู่ทุกคน, ทุกบ้าน, ทุกองค์กร เพื่อสร้างโลกแห่งความรู้ที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ขึ้นมา ซึ่งพวกเขาเชื่อว่า ต่อไปการเชื่อมโยงและการประมวลผลจะสอดแทรกอยู่ในทุกอนูของทุกๆ อย่าง

ตลอดช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยมุ่งพัฒนาด้านการเชื่อมโยงไม่ว่าจะ 3G, 4G หรือ 5G แต่พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับการประมวลผลเท่าๆ กันเนื่องจากอีกไม่นานการคอมพิวติ้งเชิงสถิติจะกลายเป็นกระแสหลังโดยหัวเว่ยเชื่อว่าภายใน 5 ปี การประมวลผลด้วย AI จะกลายเป็น 80% ของรูปแบบการประมวลผลที่เราใช้ทั่วโลก และภายในปี 2566 ตลาดการประมวลผลจะมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นตลาดขนาดใหญ่ดุลมหาสมุทรสีคราม

...

หัวเว่ยจึงตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ซึ่งยุทธศาสตร์ที่พวกเขามุ่งเน้นมี 4 ด้านคือ

1 นวัตกรรมด้านสถาปัตยกรรม (architecture innovation) ในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวสถาปัตยกรรม Da Vinci ซึ่งเป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ใหม่ ที่ออกแบบมาให้เป็นทรัพยากรในการประมวลผลที่มั่นคงและกว้างขวาง แต่ให้บริการในราคาที่สมเหตุสมผล หัวเว่ยจะยังคงลงทุนด้านการวิจัยพื้นฐานนี้ต่อไป

2 การลงทุนในโปรเซสเซอร์ที่รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ (all-scenario processors) หัวเว่ยมีโปรเซสเซอร์หลากหลายรูปแบบ เช่น Kunpeng (คุนเผิง) โปรเซสเซอร์สำหรับการประมวลผลอเนกประสงค์, Ascend (แอสเซนด์) โปรเซสเซอร์สำหรับ AI, Kirin (คิริน)โปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ทดีไวซ์ และ Honghu (หงหู) โปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ทสกรีน

3 ขอบเขตด้านธุรกิจที่ชัดเจน (business strategy) โดยหัวเว่ยจะไม่ขายโปรเซสเซอร์โดยตรง แต่จะส่งมอบให้แก่ลูกค้าในรูปแบบของบริการคลาวด์ และส่งให้บริษัทคู่ค้าในรูปแบบของชิ้นส่วนประกอบ เพราะหัวเว่ยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโซลูชั่นแบบผสานรวม
 
4 สร้างระบบอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้าง (build an open ecosystem) ในอีก 5 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนงบประมาณอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการสร้างนักพัฒนา เพื่อขยายโครงการให้รองรับนักพัฒนาอีก 5 ล้านคน จากเดิมที่มีกว่า 1.3 ล้านคน และทำให้บริษัทคู่ค้าของหัวเว่ยทั่วโลกสามารถพัฒนาแอปพลิเคชั่นและโซลูชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับอนาคตข้างหน้า

นอกจากนี้ นายหูยังประกาศเปิดตัว “Atlas 900 ” ซึ่งเขาบอกว่าเป็น คลัสเตอร์การฝึก AI ที่เร็วที่สุดในโลก พัฒนาขึ้นจากเทคนิคขั้นสูงซึ่งหัวเว่ยได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมประสานพลังของโปรเซสเซอร์ AI “Ascend” ของหัวเว่ยจำนวนนับพันตัว จนใช้เวลาเพียง 59.8 วินาที ในการเทรน ResNet-50 ซึ่งเป็นโมเดลมาตรฐานในการทดสอบประสิทธิภาพของการฝึก AI ทำลายสถิติโลกเดิมไปกว่า 10 วินาที

ถ้ายังไม่ชัด นายหูยังยกตัวอย่างการใช้ Atlas 900 ในการวิจัยอวกาศของ องค์กรสังเกตการณ์ดาราศาสตร์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Astronomical Observatory) กับองค์กร Square Kilometre Array (SKA) ซึ่ง Atlas 900 ช่วยจัดทำแผนที่ท้องฟ้าซีกโลกใต้ ทั้งจดจำดวงดาว และจดจำตำแหน่ง ที่ปกติจะใช้เวลานานถึง 169 วัน ได้ในเวลาเพียง 10.02 วินาทีเท่านั้น

...

ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่า Atlas 900 คือขุมพลังของการประมวลผล AI และจะนำโอกาสใหม่ๆ มาสู่การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ต่าง ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ด้านดาราศาสตร์ การพยากรณ์อากาศ และการขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงการสำรวจหาน้ำมัน หัวเว่ยยังได้ติดตั้ง Atlas 900 ไว้ในหัวเว่ย คลาวด์ อีกด้วย โดยเป็นบริการแบบคลัสเตอร์ ที่ทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถเข้าถึงพลังในการประมวลผลแบบพิเศษนี้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น หัวเว่ยได้เสนอบริการต่าง ๆ เหล่านี้ในราคาพิเศษแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

“นี่เป็นยุคใหม่ของการค้นคว้า” นายหู กล่าวสรุป “มหาสมุทรแห่งศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดกำลังรอเราอยู่ แต่เราจะข้ามไปไม่ได้หากเรามีเรือเพียงลำเดียว วันนี้เราขอส่งเรือหนึ่งพันลำออกจากฝั่ง ขอให้เราทำงานร่วมกัน  คว้าโอกาสครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ และยกระดับความอัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น”

ทั้งนี้ นาย เกา เหวิน สมาชิกสภาวิศกรรรมแห่งชาติจีนและผู้อำนวยการสถาบันเผิงเฉิง ได้กล่าวปาฐกถาในงานนี้ด้วยเช่นกัน โดยเขาอธิบายถึงพันธกิจและวิสัยทัศน์ของสถาบันเผิงเฉิงและการทำงานร่วมกับหัวเว่ยเพื่อสร้างระบบที่รวมซุปเปอร์คอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์เครื่องแรกของประเทศจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลระดับ Exascale ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มรุ่นใหม่สำหรับงานวิจัยและนวัตกรรม AI พื้นฐาน
 
ขณะที่นาย เจิ้ง เย่ไหล ประธานบริหาร ของหัวเว่ยคลาวด์ กล่าวถึงการประยุกต์ใช้ AI ในสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อศึกษาจากประสบการณ์ของหัวเว่ยที่ทำโครงการมามากกว่า 500 โครงการ ในอุตสาหกรรมกว่า 10 สาขา ซึ่งนายเจิ้งชี้ให้เห็นถึงอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเปลี่ยนจากการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงแคบสู่การเป็นขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการปรับเปลี่ยนบริษัทสู่ยุคดิจิทัล

...