ข่าว
100 year

ม.ออกซ์ฟอร์ด เผยงานวิจัยพบ กินเนื้อไก่ เกี่ยวกับความเสี่ยง เป็นมะเร็ง

ไทยรัฐออนไลน์9 ก.ย. 2562 15:03 น.
SHARE

ผลงานวิจัยชิ้นใหญ่ของทีมนักวิจัย ม.ออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ ติดตามชาวอังกฤษวัยกลางคนกว่า 4 แสนคน พบการกินเนื้อไก่ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต่อมลูกหมากมากขึ้น

เมื่อ 9 ก.ย.62 เว็บไซต์ เดอะ ซัน สื่อในอังกฤษรายงาน ผลการวิจัยของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ พบว่า การกินเนื้อไก่ มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่มากขึ้นในการเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (non-Hodgkin’s lymphoma) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีผลงานวิจัยออกมาเช่นนี้

เดอะ ซัน เผยว่า แต่ละปี ชาวอังกฤษได้บริโภคเนื้อไก่มากถึงปีละประมาณ 1,300 ล้านตัว ในขณะที่ เนื้อไก่ ถือเป็นอาหารที่ให้โปรตีนทางเลือกเพื่อสุขภาพมากกว่าการกินเนื้อแดง ทว่าผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ต พบว่า การกินเนื้อไก่มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่มากขึ้นในการเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน นอกจากนั้น ยังพบว่าการกินไก่มีความเกี่ยวข้องกับโอกาสที่จะทำให้ผู้ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้นด้วย

ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พบว่า จากการวิจัยติดตามชาวอังกฤษวัยกลางคน จำนวน 475,000 คน ระหว่างปี 2549-2557 ด้วยการวิเคราะห์ในเรื่องการควบคุมอาหารและโรคร้ายที่พัฒนามากขึ้น พบว่า 23,000 คน ได้พัฒนาเป็นโรคมะร็ง

‘การกินสัตว์ปีก มีความเกี่ยวข้องในเชิงบวกกับความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา, มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน’ ผลการศึกษาวิจัยระบุ ซึ่งความเกี่ยวข้องของการกินเนื้อไก่ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน และมะเร็งต่อมลูกหมาก จะต้องมีการตรวจสอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในสหรัฐฯเมื่อช่วงต้นปีนี้ พบว่า ผู้หญิงที่เปลี่ยนจากการกินเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อหมูมากินเนื้อไก่ หรือสัตว์ปีกแทน ดูเหมือนเป็นเนื้องอกในทรวงอกลดลง 28% กระนั้นก็ดี ผลจากการกินเนื้อแดงที่เกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ บางทีอาจเกี่ยวข้องกับการบริโภคเนื้อแดงปริมาณมากเกินไป และกระบวนการปรุงอาหารจากเนื้อแดงด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กินเนื้อไก่เกี่ยวเป็นมะเร็งกินเนื้อแดงเกี่ยวเป็นมะเร็งผลวิจัยกินเนื้อไก่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกินเนื้อเป็นมะเร็ง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้