สถานการณ์ชุมนุมประท้วงในเกาะฮ่องกงเขตบริหารพิเศษของจีน ได้ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 แล้ว โดยมีการยกระดับการชุมนุม นัดรวมตัวกันที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าสนามบินนานาชาติฮ่องกง เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 9-11 ส.ค. ส่งผลให้ในพื้นที่เต็มไปด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมสวมเสื้อดำ ถือป้ายประท้วงต่อต้านรัฐบาล พร้อมแจกใบปลิวอธิบายสาเหตุการประท้วงแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางมายังฮ่องกง
ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การรวมตัวกันที่สนามบินครั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงได้นัดแนะกระจายข่าวผ่านโซเชียลมีเดีย ให้รวมตัวเรียกร้องเสรีภาพฮ่องกง และต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนามบิน ซึ่งเบื้องต้นบรรยากาศเป็นไปอย่างสงบ มีนักท่องเที่ยวหยุดถ่ายรูป พร้อมรับใบปลิวและพูดคุยกับผู้ชุมนุม
ขณะที่สำนักงานตำรวจฮ่องกงเปิดเผยว่า ผู้ประท้วงมิได้ขออนุญาตจัดการชุมนุมที่สนามบิน และทางการได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสำหรับอาคารผู้โดยสารขาออก ผู้ที่มิได้ถือบอร์ดดิง พาส จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่พื้นที่เช็กอิน สำหรับการขออนุญาตประท้วงในพื้นที่อื่นๆบนเกาะฮ่องกงช่วงสุดสัปดาห์ทางการอยู่ระหว่างพิจารณา
...
ส่วนกรมท่าอากาศยานฮ่องกงระบุว่า รับทราบเรื่องการนัดชุมนุมที่สนามบิน แต่ขอยืนยันว่าสนามบินจะให้บริการตามปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ชุมนุมหลายพันคน รวมถึงพนักงานต้อนรับสายการบินเคยจัดการประท้วงที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สายการบินต่างๆได้ออกคำเตือนให้ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางเข้าเช็กอินเร็วกว่าตามปกติ
นอกจากนี้ รัฐบาลฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์ จากกรณีที่ 22 ประเทศและเขตปกครอง รวมถึงสหรัฐฯ ยกระดับคำเตือนพลเมืองเรื่องการเดินทางสู่ฮ่องกง ว่ารัฐบาลพยายามทำงานเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด และพร้อมจะต้อนรับ ให้ความช่วยเหลือผู้มาเยือนทุกเมื่อ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯตัดสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ก่อการจลาจลต่อต้านจีน และยุติการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง หลังสื่อท้องถิ่นรายงานข่าวว่า หัวหน้าฝ่ายการเมืองสถานกงสุลสหรัฐฯ เข้าพบกลุ่มผู้ประท้วงรวมถึงนักเคลื่อนไหวอย่างนายโจชัว หว่อง ส่งผลให้ต่อมากระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯตอบโต้ว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แถลงประท้วงอย่างเป็นทางการเหมือนประเทศที่มีความรับผิดชอบ กลับทำตัวเหมือนรัฐบาลที่มีพฤติกรรมอันธพาล และการเข้าพบคนกลุ่มต่างๆเป็นสิ่งที่นักการทูตต้องทำอยู่แล้ว.