ข่าว
100 year

ทำไมอินเดีย ‘กล้าเล่นกับไฟ’ ยกเลิก ‘ฟ้าผ่า’ แคชเมียร์ปกครองตนเอง

ไทยรัฐออนไลน์9 ส.ค. 2562 18:01 น.
SHARE

สถานการณ์ในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ รัฐทางเหนือสุดของประเทศอินเดีย ร้อนระอุราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาทันที ที่รัฐบาลอินเดีย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี สร้างความตกตะลึง ประกาศยกเลิกมาตรา 370 ในรัฐธรรมนูญ เพิกถอนสถานภาพพิเศษการปกครองตนเองของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ อย่างปัจจุบันทันด่วน เมื่อวันที่ 5 ส.ค.62

ถึงแม้ ก่อนจะมีคำประกาศ รัฐบาลอินเดียได้มีการเคลื่อนไหวเตรียมการล่วงหน้าหลายอย่าง ทั้งการยกเลิกการแสวงบุญของชาวฮินดู ตัดระบบเครือข่ายโทรคมนาคมสื่อสาร, ตัดอินเทอร์เน็ต ควบคุมตัวอดีตมุขมนตรีแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ 2 คนไว้ในบ้านพักตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.62 โดยเฉพาะการส่งกำลังทหารหลายหมื่นเข้าไปเสริมกำลังรักษาความปลอดภัยในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ (หรือเรียกสั้นๆ ว่าแคชเมียร์)

ทว่าการตัดสินใจสำคัญครั้งนี้ ก็ยังคงทำผู้คนชาวโลก โดยเฉพาะชาวแคชเมียร์และชาวปากีสถานทั้งตกใจระคนสงสัยอย่างมากทีเดียว

เพราะทราบกันดีว่า แคว้นแคชเมียร์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย เป็นพื้นที่ที่ ‘มีความเปราะบาง-อ่อนไหว’ อย่างยิ่งมาโดยตลอด สำหรับปากีสถานกับอินเดีย สองชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ ซึ่งเคยทำสงครามใหญ่กันมาแล้วถึง 2 ครั้ง และเกิดการปะทะกันมานับไม่ถ้วน จากความขัดแย้งในแคว้นแคชเมียร์ที่ดำเนินมานานกว่า 6 ทศวรรษ

แต่แล้วทำไม รัฐบาลอินเดีย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีโมดี จากพรรคภารติยะ ชนะตะ(BJP) ซึ่งมีบุคคลิกที่ดูนิ่งสงบ จึงตัดสินใจที่หาญกล้าชาญชัยต่อแคชเมียร์เช่นนี้?

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย

* พรรค BJP สัญญาไว้กับชาวอินเดียมานานแล้ว

ตามรายงานของบีบีซี ระบุว่า นายกฯ นเรนทรา โมดี จากพรรคภารติยะ ชนะตะ ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมฮินดู ได้ประกาศนโยบายที่ถือเป็นคำมั่นสัญญากับชาวอินเดีย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ราว 80% นับถือศาสนาฮินดู มานานแล้วว่า จะเพิกถอนสถานภาพพิเศษแก่จัมมูและแคชเมียร์ โดยการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรค BJP ชูนโยบายนี้เช่นเดิม กระทั่งคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อ เม.ย.-พ.ค.62 และทำให้นายกฯ โมดี ดำรงตำแหน่งนายกฯ อินเดียเป็นสมัยที่ 2

พรรค BJP ชี้ว่ามาตรา 370 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้สถานภาพพิเศษแก่แคว้นจัมมูและแคชเมียร์นั้น เป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติต่อประชาชนที่ไม่ได้พำนักอาศัยอย่างถาวร และยังเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในแคชเมียร์ รวมทั้งยังเป็น ‘อุปสรรค’ ต่อการพัฒนาแคว้นแคชเมียร์ด้วย และยังทำให้แคชเมียร์ไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกับอินเดีย

‘สถานะพิเศษของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ไม่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนจากภายนอก และส่งผลต่อเศรษฐกิจของรัฐ ขณะที่เกิดการก่อการร้ายและการลักลอบที่ผิดกฎหมายอย่างแพร่หลาย โดยบทบัญญัติที่ล้าสมัยชุดนี้ ทำให้แคชเมียร์ไม่ก้าวหน้า เงินและทรัพยากรมหาศาลที่เข้าไปในรัฐนี้ ไม่ได้ถูกทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด’ แหล่งข่าวจากรัฐบาลอินเดีย เปิดเผยในวันที่อินเดียประกาศยกเลิกมาตรา 370 เกือบทั้งหมด ที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ


* ชี้ มาตรา 370 ในรัฐธรรมนูญ คือ ‘ประวัติศาสตร์ที่ผิดพลาด’

ด้วยความที่พรรครัฐบาล BJP เป็นพรรคชาตินิยมฮินดู จึงมองการที่รัฐบาลอินเดียที่ผ่านๆ มาให้สถานภาพพิเศษแก่แคว้นจัมมูและแคชเมียร์มานานนับ 70 ปี ด้วยความปวดร้าว และชี้ว่า เป็นประวัติศาสตร์ที่ผิดพลาด

เพราะ มาตรา 370 ในรัฐธรรมนูญของอินเดีย ได้รับรองสิทธิการปกครองตัวเองของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ในปี 2492 โดยภายใต้มาตรา 370 อนุญาตให้แคว้นจัมมูและแคชเมียร์มีรัฐธรรมนูญของตัวเอง มีธงที่แยกต่างหากจากธงชาติอินเดีย และมีอิสระในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ยกเว้นกิจการต่างประเทศ กลาโหม และการสื่อสาร

ต่อมา ยังได้มีการเพิ่มบทบัญญัติอีกบทหนึ่ง คือ มาตรา 370-350A ซึ่งได้มอบสิทธิพิเศษหลายอย่างให้แก่ผู้อยู่อาศัยถาวรในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ รวมถึงโอกาสในการทำงานในภาครัฐ และสิทธิในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในรัฐ โดยบทบัญญัติดังกล่าวถูกมองว่าช่วยคุ้มครองอัตลักษณ์ของประชากรในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ในฐานะที่เป็นรัฐเดียวของอินเดียที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

*‘ภูเขาไฟ’ ที่รอวันปะทุ ชาวบ้านหลายพันใกล้ชายแดนอพยพแล้ว

ท่ามกลางความยินดีปรีดาของชาวอินเดียที่เห็นรัฐบาลนายกฯโมดี ‘พูดจริง ทำจริง’ ยกเลิกมาตรา 370 ในรัฐธรรมนูญ เพิกถอนสิทธิปกครองตนเองแคว้นแคชเมียร์ ทว่าทางฝั่งกลับกัน ชาวแคชเมียร์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ตลอดจนชาวปากีสถาน และรัฐบาลปากีสถานต่างโมโหโกรธเกรี้ยว ต่อความเคลื่อนไหวของรัฐบาลอินเดีย จนก่อให้เกิดความหวั่นเกรงว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นการใช้ความรุนแรงตอบโต้อินเดีย

เวลานี้ รัฐบาลนายกฯ อิมราน ข่าน แห่งปากีสถาน พยายามชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของอินเดีย เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่สหประชาชาติได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในขณะนี้ที่แคชเมียร์

ชีค ราชีด อาห์หมัด รมว.การรถไฟปากีสถาน ประกาศระงับการเดินรถไฟ Samjhota Express ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน แล้ว เมื่อ 8 ส.ค.62

ขณะที่ เว็บไซต์อัลจาซีรา รายงานด้วยว่า มีชาวบ้านหลายพันคนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ใกล้เส้นแบ่งเขตหยุดยิง (Line of Control) หรือ LOC ที่แคว้นแคชเมียร์ ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ได้อพยพออกจากบ้านเรือนของพวกตน เพื่อไปพำนักอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่าแล้ว เพราะหวั่นเกรงว่าทหารของทั้งสองฝ่ายอาจยิงปืนใหญ่ตอบโต้กัน

เรียกว่า สถานการณ์ตึงเครียดในแคว้นแคชเมียร์ ทวีความร้อนระอุอย่างน่ากลัว ส่วนจะระเบิดเปรี้ยงปร้าง เป็นการปะทะสู้รบกันระหว่างกองทัพปากีสถาน หรืออินเดีย หรือไม่ เป็นเรื่องที่ชาวโลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด.

อ่านข่าว

นายกฯอินเดีย ชี้ ‘ยุคใหม่กำลังเริ่ม’ ยกเลิกสิทธิปกครองตนเองแคชเมียร์

ปมพิพาทอมตะ ชิงแคชเมียร์ ‘ระเบิดเวลา’ สงครามคู่แค้น อินเดีย-ปากีฯ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แคชเมียร์ยกเลิกมาตรา370แคว้นจัมมูและแคชเมียร์อินเดียปากีสถาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้