กลายเป็นเรื่องโจษจันในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ หลังผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ อายุ 81 ปี มีนิสัยนั่งหลับในที่ประชุมเป็นประจำ จนกระทรวงฯ ต้องออกมาชี้แจงแก้ข่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ที่กระทรวงฯ มีการส่งจดหมายเวียนให้หลีกเลี่ยงการจัดประชุมที่ใช้ระยะเวลานาน เพื่อป้องกันท่านรัฐมนตรีเกิดอาการ “หมดสมาธิ”

อย่างไรก็ตาม กรณีของนายรอสส์ ไม่ใช่ครั้งแรก ยังรวมถึงบุคคลระดับสูงในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ รายอื่นๆ อาทิ นายโจ ไบเดน และนายดิค เชนีย์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนถึงนายนิวต์ กิงกริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์นำไปพาดหัวข่าวเช่นกัน ฐานงีบหลับในที่ประชุม

จากกรณีนี้ น.ส.เอลิเซ คีธ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาเอกชน “ลูซิท มีทติ้ง” ในสหรัฐฯ มองว่า ไม่ว่าคุณเป็นใคร ก็สามารถเผลอหลับในที่ประชุมได้ทั้งนั้น ซึ่งวิธีรับมือเริ่มจากประการแรก เวลาของการจัดประชุม เพราะจากข้อมูลงานวิจัยพบว่า คนเราจะมีสมาธิ คิดเป็นระบบได้ดีที่สุดในช่วงเช้า ส่วนในช่วงเย็นที่ร่างกายใช้พลังงานไปสักระยะหนึ่ง จะมีความผ่อนคลายมากกว่า เหมาะกับการคิดนอกกรอบ จึงสรุปได้ว่าเช้าควรประชุมติดตามผลความคืบหน้า เย็นประชุมระดมสมองวางแผน แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดคือช่วงบ่ายหลังรับประทานอาหารกลางวัน

ประการที่ 2 การประชุมที่ต้องการความสร้างสรรค์ หาคำตอบสิ่งใหม่ๆ ก็ควรมีการเปลี่ยนบรรยากาศด้วยเช่นกัน จากการประชุมในห้องออฟฟิศสี่เหลี่ยมเดิมๆ อาจย้ายสถานที่ไปประชุมกันนอกอาคาร หรือกระทั่งการเดินประชุม

ประการที่ 3 การประชุมควรมีความกระจ่างชัด ว่าจะหารือสนทนากันเรื่องอะไร ไม่ใช่การประชุมไปเรื่อยๆ ควรมีการกำหนดวาระกันให้ชัดเจน เพื่อสรุปเป็นเรื่องๆ และเมื่อกำหนดวาระได้แล้ว ก็จะเป็นการช่วยกำหนดไปในตัวว่าใครควรเข้าร่วมการประชุม เพราะการประชุมที่ขาดความน่าสนใจและน่าเบื่อหน่ายที่สุดคือการประชุมที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง หากไม่แน่ใจลองยื่นเงื่อนไขว่า ประชุมครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมทุกคน เท่านั้นคุณก็จะได้บุคคลที่เกี่ยวข้องจริงๆ

...

ประการที่ 4 การมีอาหารและเครื่องดื่มในที่ประชุม ไม่ใช่จะทำให้อิ่มและง่วงทุกครั้งไป เพราะบางครั้งถือเป็นการที่บริษัทแสดงความเอาใจใส่ต่อพนักงานและผู้เข้าร่วมการประชุม กระนั้นก็ควรเลือกอาหารหรือขนมที่อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์

ประการที่ 5 การทำให้สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม หากเป็นผู้เข้าร่วมประชุมเอง ก็ควรพูดเสนอแนะภายใน 3 นาทีแรกของการประชุม เพื่อเป็นการทำให้ตื่นตัวและรับรู้ว่าตัวเองไม่ใช่มาร่วมฟังเฉยๆ และแน่นอนหากการประชุมไม่จบง่ายๆ เริ่มจะยืดยาว วิธีแก้ไขง่ายๆ คือการบันทึกใส่สมุดจดหรือกระดาษ เพื่อเป็นการรวบรวมประเด็นความคิด แต่ถ้าไม่รอดจริงๆ คิดว่ายังไงก็หลับแน่ สิ่งที่พอจะแก้ปัญหาได้คือการสะบัดแขนขา หรือกระทั่งหยิกแขนตัวเอง ไม่แนะนำให้วาดการ์ตูนหรือขีดๆ เขียนๆ เล่นเพราะจะยิ่งทำให้น่าเบื่อและง่วงเร็วขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำแก่ทางผู้จัดประชุมว่า ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นควรมีการสอบถามฟีดแบ็กความคิดเห็น ว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเช่นไร เพราะลองคิดดูว่าหากมีคนหลับในที่ประชุม เนื่องจากเป็นการประชุมที่น่าเบื่อ ยืดเยื้อ และไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ ย่อมจะหมายความว่า บริษัทเสียเวลาที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างรายได้ อีกทั้งการทำให้พนักงานไม่รู้สึกถึงความมีส่วนร่วมในองค์กร ถือเป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้พนักงานตัดสินใจลาออกได้ง่ายขึ้น