ข่าว
100 year

พิษรักแรงแค้น

มิสแซฟไฟร์6 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

กลายเป็นข่าวช็อกโลกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ “เจ้าหญิงฮายา บิน อัล ฮุสเซน” พระชายาสุดรักของเจ้านครดูไบ หนึ่งในชีคอาหรับรวยที่สุดติดท็อปเทนโลก หอบทรัพย์สินกว่า 31 ล้านปอนด์ พร้อมพระโอรสและพระธิดา หนีออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เยอรมนี โดยไม่แคร์เสียงสาปแช่งไล่หลังจากพระสวามี “ชีคโมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม” ที่ประณามออกสื่อโซเชียลว่า คนทรยศ ทำลายความไว้วางใจที่มีค่าที่สุด

หลังตบแต่งเป็นพระชายาองค์ที่หกของเจ้านครดูไบ ร่วมเรียงเคียงหมอนกันมา 14 ปี ได้รับการเชิดหน้าชูตากว่าพระชายาองค์ก่อนๆ อะไรคือชนวนเหตุให้ “เจ้าหญิงฮายา บิน อัล ฮุสเซน” ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระขนิษฐาของกษัตริย์จอร์แดนองค์ปัจจุบัน ต้องหลบหนีออกจากวังหลวงดูไบ ก็สุดแท้จะยากเดา (หวังว่าจะไม่หนีตามใครไปอย่างที่มีข่าวลือ) แต่ที่แน่ๆมีความพยายามสร้างสตอรีให้ “ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม” รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลายเป็นปีศาจร้ายที่กดขี่ทำร้ายลูกเมีย!!

โดยโยงกับการหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อปีที่แล้วของ “เจ้าหญิงลาติฟา” พระราชธิดาในเจ้านครดูไบ ซึ่งสุดท้ายก็ถูกจับตัวกลับเข้ากรงทอง หลังพยายามหนีออกจากวังเพื่อไปใช้ชีวิตอย่างเสรีในต่างแดน เรื่องนี้ถูกตีแผ่โดยสำนักข่าวบีบีซี นิวส์ไนท์ ของอังกฤษ มีการเผยแพร่วิดีโอจากปากคำเจ้าหญิงเปิดโปงว่า ในขณะที่เจ้านครดูไบพยายามสร้างภาพให้ดูไบเป็นนครแห่งความทันสมัย เจ้าหญิงเองก็มีสถานะไม่ต่างจากนักโทษในกรงทอง พระองค์และคนอื่นๆในครอบครัวไม่มีเสรีภาพในการใช้ชีวิตเลย

ทรงเคยพยายามหนีออกจากวังตั้งแต่พระชนม์ 16 ชันษา แต่ก็ถูกจับได้และโดนกุมขังทรมานอยู่นาน 3 ปี อย่างไรก็ดี อดีตข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ “แมรี โรบินสัน” บินมาเยี่ยมเจ้าหญิงลาติฟาถึงวังตามคำเชิญ และได้ออกโรงรับหน้าแทนเจ้านครดูไบว่า อันที่จริงเจ้าหญิงทรงได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากครอบครัวมาตลอด ทรงรู้สึกเสียใจที่ก่อเรื่องวุ่นวายในครั้งนี้

ก่อนหน้าจะเกิดเรื่องฉาวไปทั่วโลก “ชีคโมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม” พระชนมพรรษา 69 พรรษา ทรงได้รับการยกย่องมาตลอดว่าเป็นผู้นำมากวิสัยทัศน์และเด็ดขาด พระองค์คือผู้ปฏิรูปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และกฎหมาย โดยริเริ่มโครงการ “ยูเออี วิชัน 2021” เพื่อมุ่งสร้างยูเออีสู่ความเป็นประเทศที่มีความเป็นเลิศที่สุดในโลก ภายในปี 2021 โดยตลอดเวลาหลายปีที่กุมบังเหียนประเทศ ทรงวางรากฐานทางเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยอย่างจริงจังต่อเนื่อง ทรงสร้างอาณาจักรธุรกิจไว้หลายอย่างที่เป็นหน้าเป็นตาทำชื่อเสียงให้ประเทศ ภายใต้กลุ่มดูไบ เวิลด์ และดูไบ โฮลดิ้ง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส และการสร้างเชนโรงแรมหรูระดับหกดาว Jumeirah

ในยุคของพระองค์ ดูไบยังเป็นที่กล่าวขานในฐานะประเทศที่มีตึกสูงที่สุดในโลก นั่นคือ “เบิร์จ คาลิฟา” อีกทั้งเป็นเจ้าอภิมหาโปรเจกต์มากมายระดับโลก ที่ฮือฮาสุดคงหนีไม่พ้นการสร้างหมู่เกาะเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก “ปาล์ม ไอส์แลนด์” จนกลายเป็นสัญลักษณ์ความโมเดิร์นของโลกอาหรับ ทรงได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นกษัตริย์ที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยมีสินทรัพย์ในครอบครองมากกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ปัจจุบันจะรวยน้อยลงไปมาก เพราะต้องแบกหนี้ก้อนใหญ่ของยูเออี และภาระการลงทุนมหาศาลในสารพัดอภิมหาโปรเจกต์ระดับโลกที่ทุ่มทุนสร้างไว้ แต่ก็ทรงควักเงินเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยเหลือโครงการการกุศลด้านการศึกษาและมนุษยธรรม

ตั้งแต่เข้ามานั่งบัลลังก์เป็นเจ้านครดูไบ เมื่อปี 2006 ทรงสร้างความเจริญไว้มากมายให้แก่ประเทศและโลกอาหรับ น่าเสียดายที่ต้องมาเสียเกียรติภูมิเพราะโดนเมียรักหักหลังไม่มีชิ้นดี!!

มิสแซฟไฟร์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหญิงฮายา บิน อัล ฮุสเซนชีคโมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูมเจ้านครดูไบหนีออกจากวังพระชายาองค์ที่หกมิสแซฟไฟร์คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์

คุณอาจสนใจข่าวนี้