ข่าว
100 year

ปีนพิชิตยอดเอเวเรสต์ "เพราะมันอยู่ที่นั่น"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 มิ.ย. 2562 07:30 น.
SHARE

...ฤดูปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ปีนี้ 2019 ถือเป็นอีกปีที่เกิดความสูญเสียชีวิตนักปีนเขามากที่สุด นับตั้งแต่ “เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี” ชาวนิวซีแลนด์ กับ “เทนซิง นอร์เกย์” นักปีนเขาชาวเชอร์ปาในเนปาล ปีนขึ้นถึงยอดเขาสูงที่สุดของโลกเหนือระดับน้ำทะเล 8,848 เมตรอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อ 29 พ.ค. ปี 2496 หรือ 66 ปีก่อน...

ช่วงเดือน พ.ค.ปีนี้ ห้วงเวลา 16 วัน นักปีนยอดเขาเอเวอเรสต์สังเวยชีวิตบนยอดเขาสูงที่สุดของโลกแล้ว 11 ศพ พื้นที่เสียชีวิตของนักปีนเขาเคราะห์ร้ายล้วนอยู่ใน “เดธ โซน”–– Death Zone หรือเขตชั้นอากาศเบาบาง ออกซิเจนน้อย อยู่เหนือระดับน้ำทะเลเกิน 8,000 เมตร เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นบนความสูงระดับนั้นไม่ได้

เสียงวิจารณ์ถึงฤดูกาลปีนยอดเอเวอเรสต์ปีนี้มีผู้เสียชีวิตมากเกินกว่า 10 รายในช่วงเวลาไม่กี่วัน เพราะความแออัดยัดเยียดของกลุ่มนักปีนเขาบนเส้นทางจำกัดและต่างต้องการพิชิตเอเวอเรสต์ให้ได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมปลอดภัยที่สุด ซึ่งมีห้วงเวลาแค่ไม่กี่วันในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือน พ.ค.ถือเป็นห้วงเวลาเหมาะสมที่สุดของทุกปี

รัฐบาลเนปาลปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ ทั้งอ้างถึงเหตุผลนานาประการอันเป็นสาเหตุของความสูญเสียชีวิตของเหล่านักปีนเขาจากทั่วโลก

ปัญหาสำคัญของการสูญเสียชีวิตนักปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ส่วนใหญ่ไล่ตั้งแต่ “การขาดประสบการณ์”

นักปีนเขาผู้ต้องการพิชิตยอดเอเวอเรสต์จำนวนมากไม่มีทักษะการปีนเขาสูงอย่างพอเพียง หลายคนไม่ผ่านการทดสอบทักษะหรือเคยผ่านการฝึกปีนเขาระดับต่ำกว่าเอเวอเรสต์มาก่อน ในขณะที่เหล่านักปีนเขาเชี่ยวชาญประสบการณ์

 

จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่าบนพื้นที่สูง ซึ่งเหล่านักปีนยอดเอเวอเรสต์อาจต้องเผชิญสภาพอากาศลมแรงมากถึงราว 320 กม.ต่อชั่วโมง ทั้งต้องเสียเวลาพักคอยสภาพอากาศเหมาะสม บางครั้งต้องใช้เวลาหลายวัน

สภาพร่างกายไม่พร้อม

อีกเงื่อนไขสำคัญที่คร่าชีวิตเหล่านักปีนยอดเอเวอเรสต์แล้วจำนวนมาก บริษัททัวร์นำปีนขึ้นยอดเอเวอเรสต์หลายแห่ง ไม่ตรวจละเอียดถึงสภาพความพร้อมทางร่างกายของเหล่านักปีนเขา เพราะต้องการ “เรียกลูกค้า” ชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ

ปัญหาด้านอุปกรณ์สนับสนุน

เพราะต้องช่วงชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจ บริษัทรับจัดการปีนยอดเอเวอเรสต์พากันแข่ง “ลดกระหน่ำ” ตัดราคาค่าใช้จ่าย ทำให้อุปกรณ์สำคัญๆ รวมถึงอาหารและเครื่องยังชีพอื่นๆต้องถูกตัดทอนลง ยิ่งทำให้โอกาสเสียชีวิตของเหล่านักปีนเขาประเภท “โลว์คอสต์” สูงขึ้น

ตลอดห้วงเวลาการปีนพิชิตยอดเอเวอเรสต์นับตั้งแต่ช่วงปี 1953 มีผู้ปีนพิชิตยอดเขาสูงที่สุดของโลกสำเร็จแล้วมากกว่า 5,000 คน รวมถึงนักปีนเขาชาวไทย 2 ราย ส่วนผู้คนต้องสังเวยชีวิตระหว่างภารกิจปีนยอดเอเวอเรสต์อย่างเป็นทางการแล้วกว่า 306 ราย แต่ตัวเลขไม่เป็นทางการมากกว่านั้น

ร่างผู้เสียชีวิตและสูญหายระหว่างปีนยอดเอเวอเรสต์ยังไม่พบจำนวนมาก ญาติพี่น้องผู้สูญหายหลายรายไม่ต้องการให้เก็บกู้หาร่างนักปีนเขาเหล่านั้นด้วยเหตุผลหลากหลาย บ้างอยากให้ร่างนักปีนเขาเหล่านั้นได้อยู่ถาวรในสถานที่ที่พวกเขารัก และบ้างไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลเพื่อภารกิจตามหาและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากยอดเขาสูงที่สุดของโลก

ยังไงก็ตาม ผู้คนจากทั่วโลกยังคงหลั่งไหลสู่เนปาลหวังปีนพิชิตยอดเอเวอเรสต์มากขึ้นทุกปี หวังท้าทายวลีอมตะเกี่ยวกับยอดเอเวอเรสต์ ...“เพราะมันอยู่ที่นั่น”...

โหรกระแส

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอเวอเรสต์ยอดเขาเอเวอเรสต์นักปีนเขาร้อยแปดพันเก้าโหรกระแสพิชิตยอดเอเวอเรสต์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้