พลพรรค “คนรักแมว” คงสนใจข่าวสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาของรัฐนิวยอร์กลงมติผ่านกฎหมาย “ห้ามถอดเล็บแมว” ด้วยเสียงท่วมท้น เมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นพิเศษ!

เมื่อนายแอนดริว คูโอโม ผู้ว่าการรัฐลงนามรับรอง นิวยอร์กจะเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯที่มีกฎหมายห้ามถอดเล็บแมว สัตวแพทย์ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับถึง 1,000 ดอลลาร์ (ราว 32,000 บาท) เลยทีเดียว!

การถอดเล็บแมว (Cat declawing) ซึ่งต่างจากการตัดเล็บแมว เป็นสิ่งผิดกฎหมายหลายประเทศในยุโรปและหลายรัฐในแคนาดา รวมทั้งในนครลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก และเมืองเดนเวอร์ในสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีรัฐใดในสหรัฐฯ
มีกฎหมายห้ามถอดเล็บแมว แม้ประเมินว่าแมวบ้านในสหรัฐฯ อย่างน้อย 25% ถูกถอดเล็บ

ฝ่ายสนับสนุนกฎหมายนี้ชี้ว่าการถอดเล็บแมวโหดร้ายป่าเถื่อน ทำให้พวกมันเจ็บปวด สูญเสียธรรมชาติสัตว์นักล่า เพราะอวัยวะสำคัญที่สุดของแมวคือกรงเล็บ เอาไว้ล่าสัตว์และป้องกันตัว การถอดเล็บยังอาจทำให้พฤติกรรมของแมวเปลี่ยนไปตลอดชีวิต

เล็บแมวไม่เหมือนกับเล็บคน เพราะมันยึดติดกับกระดูกข้อเท้า ในการผ่าตัดถอดเล็บแมว ซึ่งปกติทำที่ขาหน้าของแมวเท่านั้น สัตวแพทย์ต้องตัดกระดูกนิ้วส่วนปลายซึ่งมีเส้นเอ็นและเส้นประสาทออกไปพร้อมกับเล็บด้วย

ส่วนสาเหตุที่เจ้าของพาแมวไปถอดเล็บ เพราะพวกมันซุกซน ชอบข่วนทำลายเฟอร์นิเจอร์ โซฟา ผ้าม่าน เสื้อผ้า รองเท้า และข้าวของอื่นๆ เสียหาย แมวบางตัวยังดุร้าย ชอบข่วนเจ้าของ ซึ่งถ้าใครมีภูมิคุ้มกันต่ำ ถูกแมวข่วนเป็นแผล อาจติดเชื้อ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นิสัยชอบข่วนนี้มักแก้ไม่หายเพราะเป็นธรรมชาติของแมว แม้เจ้าของจะพยายามแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งเสาหรือที่ลับเล็บต่างๆให้พวกมันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ยังเปิดช่องให้สัตวแพทย์ถอดเล็บแมวได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ เช่นถ้าแมวได้รับบาดเจ็บหรือติดเชื้อที่นิ้ว ส่วนสมาคมสัตวแพทย์รัฐนิวยอร์กก็คัดค้าน กฎหมายนี้ ขอให้มีข้อยกเว้น สามารถถอดเล็บแมวที่ข่วนข้าวของจนแก้ไม่หาย หรือเจ้าของเป็นโรคภูมิแพ้ติดเชื้อได้ง่าย แต่ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสัตวแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างดีและมีใบอนุญาต

...

ฝ่ายต่อต้านกฎหมายยังเตือนว่า ถ้าห้ามถอดเล็บแมว บรรดาเจ้าของแมวซึ่งทนพฤติกรรม “ข่วนแหลก” ของพวกมันไม่ไหว อาจเอาแมวไปทิ้ง หรือเอาไปให้คนอื่นเลี้ยงแทนมากขึ้น

หรืออาจถึงขั้นขอให้สัตวแพทย์ทำ “การุณยฆาต” ฆ่าพวกมันทิ้ง!

บวร โทศรีแก้ว