ชาวฮ่องกงออกเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน โดยผู้จัดการชุมนุมอ้างว่า มีผู้ออกมาร่วมแสดงพลังนับล้านคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวฮ่องกงจำนวนมหาศาลออกมาเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. เพื่อแสดงพลังต่อต้านการผ่านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปจีน ซึ่งทำให้เกิดกระแสความหวาดกลัวว่า กฎหมายนี้จะถูกใช้เพื่อส่งตัวศัตรูทางการเมืองของจีนไปดำเนินคดีในแผ่นดินใหญ่

การชุมนุมประท้วงดำเนินติดต่อกันนานกว่า 7 ชั่วโมง ซึ่งฝ่ายผู้จัดการชุมนุมอ้างว่า มีผู้ออกมาร่วมเดินขบวนถึง 1.03 ล้านคน ส่วนใหญ่ร่วมกันสวมชุดสีขาว ประกอบด้วยคนหลากหลายอาชีพทั้ง นักธุรกิจและนักกฎหมายไปจนถึงนักศึกษา, นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชื่อดัง และกลุ่มศาสนา โดยการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ แม้มีรายงานว่า ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยสกัดผู้ประท้วงบ้างกฎตาม

...

จำนวนดังกล่าวนับว่ามากกว่าการประท้วงในปี 2546 ที่ชาวฮ่องกงประสบความสำเร็จในการต่อต้านแผนของรัฐบาล ที่จะเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายความมั่นคง อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจฮ่องกงออกมายืนยันว่า ตัวเลขผู้ชุมนุมที่พวกเขาประเมินได้ในช่วงสูงสุดอยู่ที่ 240,000 คนเท่านั้น

นาย เจมส์ ถู สมาชิกสภาฮ่องกงสังกัดพรรคประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยกับฝูงชนที่มารวมตัวกันหน้าอาคารรัฐสภาและที่ทำการรัฐบาลในคืนวันอาทิตย์ว่า “แคร์รี แลม (ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง) ต้องถอนร่างกฎหมายและลาออก เพราะทั้งฮ่องกงต่อต้านเธอแล้ว”

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายเจ้าปัญหาฉบับนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ในจีนแผ่นดินใหญ่, ไต้หวัน และมาเก๊า สามารถยื่นเรื่องของส่งตัวผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรม เช่น การฆาตกรรมหรือข่มขืนจากฮ่องกงได้ โดยจะมีการพิจารณาเป็นกรณีไป ซึ่งนางแลมระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นเพื่ออุดช่องว่าง หลังเกิดกรณีชายฮ่องกงวัย 19 ปี ฆาตกรรมแฟนสาวที่กำลังตั้งครรภ์ที่ไต้หวัน แล้วหนีกลับฮ่องกง และไต้หวันไม่สามารถขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้

นางแลม ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับอนาคตของร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจะมีการอภิปรายในสภานิติบัญญัติในวันพุธนี้ (12 มิ.ย.) และเป็นไปได้ที่สภาจะผ่านร่างกฎหมายภายในสิ้นเดือนมิถุนายน