(ภาพ : นายวลาดิเมียร์ ปูติน)
เวลาคนเรากำลังไม่พอใจกัน แค่ยกประเด็นอะไรก็ถกเถียงได้หมด เหมือนกับกรณีวันรำลึก 75 ปี ยุทธภูมินอร์มังดี ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 6 มิ.ย.
โดยงานนี้เชื่อว่ามีจุดเริ่มจากการที่นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ไม่ได้รับคำเชิญไปร่วมงานที่ฝรั่งเศส เพื่อ
รำลึกการยกพลขึ้นบกปี 2487 ที่ชายหาดทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งสำหรับปฏิบัติการครั้งนั้นถูกขนานนามว่า เป็นการยกพลขึ้นบกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ในมุมของชาติตะวันตกมองกันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นการเปิดแนวรบทางภาคตะวันตกของยุโรป นำไปสู่การปลดปล่อยฝรั่งเศสจากการยึดครอง ทั้งเป็นตัวแปรที่ทำให้นาซีเยอรมันพ่ายแพ้สงคราม นอกจากนี้ สิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ปฏิบัติการได้รับการยกย่องขึ้นไปอีก ก็มาจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เผยแพร่ไปทั่วโลกตลอดครึ่งศตวรรษ
จึงทำให้วันพฤหัสฯของสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศไปจนถึงสื่อมวลชนและกระแสในสังคมรัสเซียเต็มไปด้วยอารมณ์ชาตินิยม ประมาณว่านอร์มังดีไม่ได้มี “ผล” ต่อสงครามอย่างที่เชิดชูกัน และรัสเซียต่างหาก เป็นผู้นำความล่มสลายมาสู่นาซีเยอรมัน
แน่นอนว่า หากขาดข้อมูลด้านประวัติศาสตร์แล้ว ก็เหมือนการมองเหรียญด้านเดียว อย่างในแง่ของชาติตะวันตกนั้น ยุทธภูมินอร์มังดีถือว่ายิ่งใหญ่สำหรับเขา ทหารกว่า 160,000 นาย ทั้งทางเรือและทางอากาศถูกขนข้ามช่องแคบอังกฤษเข้าปะทะ เสียชีวิต 4,414 นาย ส่วนฝ่ายเยอรมันเสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 9,000 นาย
ส่วนอีกมุม ฝ่ายรัสเซียมองว่าตนถูกเยอรมันรุกรานตั้งแต่ปี 2484 ทำให้รบพุ่งกันกว่า 4 ปีจนจบสงครามในปี 2488 ซึ่งก่อนถึงช่วงยกพลขึ้นบกนอร์มังดีนั้น กองทัพรัสเซียได้บดขยี้กองทัพเยอรมันไปหลายกองพล ในสมรภูมิสตาลินกราดเคิร์สค์ ทั้งในเดือน มิ.ย.หลังเหตุการณ์นอร์มังดี กองทัพรัสเซียได้เปิดฉากปฏิบัติการ “บากราติโอน” ปลดปล่อยโปแลนด์และยุโรปตะวันออก ทหารเยอรมันเสียชีวิตและตกเป็นเชลยกว่า 450,000 นาย ขณะที่รัสเซียเสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า
770,000 นาย
...
แต่ในที่สุดแล้ว ย่อมมองภาพรวมได้ว่าทั้งสองแนวรบตะวันออก-ตะวันตกเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนกันคือ บีบนาซีเยอรมันจนพ่ายแพ้ไป ซึ่งจากเหตุการณ์ถกเถียงครั้งนี้ ดูเหมือนว่าผู้นำปูตินจะออกตัวเบรกอารมณ์คนแล้ว บอกว่าไม่ได้รับคำเชิญก็ไม่ใช่ปัญหา และผมมีงานในรัสเซียเยอะอยู่แล้ว.
ตุ๊ ปากเกร็ด