คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

ทรัมป์ไม่แคร์

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย7 มิ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

การที่ผู้นำของประเทศหนึ่งไปพูดแทรกแซงการเมืองภายในของอีกประเทศหนึ่ง เป็นเรื่องที่ผู้นำระดับโลกในอดีตไม่ทำกัน โดยเฉพาะการพูดจาก่อนที่ตัวเองจะเดินทางไปเยือนประเทศนั้นอย่างเป็นทางการ ก่อนเดินทางไปเยือนอังกฤษเป็นระยะเวลา 3 วัน ทรัมป์พูดกับหนังสือพิมพ์เดอะซันว่า แกสนับสนุนนายบอริส จอห์นสัน ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษต่อจากนางเทเรซา เมย์ การพูดครั้งนี้มีคนยี้กันเยอะ

พอพูดกับหนังสือพิมพ์เดอะซันเสร็จ แกก็ไปให้สัมภาษณ์เดอะไทมส์ ว่าแกอยากให้นายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรคเบร็กซิตร่วมเจรจาการออกจากสหภาพยุโรปกับรัฐบาลอังกฤษด้วย แถมทรัมป์ยังเสียมารยาทเพิ่มด้วยการชมนายไนเจลอย่างออกหน้าออกตา ว่านายไนเจลเป็นคนฉลาด มีข้อเสนอในการที่จะออกจากสหภาพยุโรปดีๆเยอะแยะ ถ้าไม่อยากจะจ่ายค่าออกจากสหภาพยุโรปเป็นเงินมากถึง 5 หมื่นล้านปอนด์ รัฐบาลอังกฤษก็ควรจะต้องพึ่งนายไนเจลในการร่วมเจรจาออกจากยุโรป

ในอดีต คนที่เป็นผู้นำระดับโลกจะแคร์เสียงก่นด่าจากประชาชน ไม่ว่าจะในประเทศตัวเองหรือในต่างประเทศ การกลัวเสียงสาปแช่งของปวงชนทำให้นักการเมืองหรือผู้นำประเทศต่างๆระมัดระวังตัว ไม่แสดงทัศนคติบ้าๆบอๆออกไป แต่ทรัมป์ไม่แคร์ การเดินทางไปกรุงลอนดอนในครั้งนี้ มีประชาชนคนอังกฤษออกมาประท้วงการเยือนของแกเป็นพันคน นายทรัมป์พูดกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ประท้วงมีจำนวนเล็กน้อย เป็นแค่กลุ่มกระจิริดกระจ้อยร่อย ไอ้ที่ออกข่าวกันว่าคนอังกฤษออกมาประท้วงการเยือนของทรัมป์กันมากนั้น นั่นมันเป็นแค่ข่าวปลอม

จากนั้น ทรัมป์ก็โจมตีผู้นำพรรคแรงงานของอังกฤษ นายเจเรมี คอร์บิน ซึ่งเคยวิพากษ์วิจารณ์แกในทางลบมาก่อน ตามด้วยการซัดนายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนซึ่งเคยเขียนบทความแสดงความเห็นว่า ทรัมป์คือภัยคุกคามของโลก สองคนนี้โดนทรัมป์เอากลับแรง

ทัศนคติและการปฏิบัติอย่างทรัมป์ เมื่อก่อนเรารับกันไม่ได้ละครับ แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มชิน และเมื่อเห็นว่าปฏิบัติและพูดจาอย่างนี้แล้วยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนคนในชาติของตนเอง นักการเมืองและผู้นำประเทศอื่นก็เริ่มทำตามอย่างกันบ้าง ถ้าผู้อ่านท่านตามการพูดจาและตัดสินใจของผู้นำระดับโลกหลายประเทศก็จะพบว่า เริ่มพูดจาแรง ไม่แคร์สื่อ นอกจากจะเห็นตัวอย่างจากทรัมป์แล้ว อีกสาเหตุหนึ่งก็อาจเป็นเพราะสมัยนี้ประชาชนสามารถรับข่าวสารโดยตรงจากนักการเมือง โดยไม่ต้องมีสื่อเป็นตัวกลางเหมือนเมื่อก่อน สื่อมวลชนใดโจมตีนักการเมืองก็โดนนักการเมืองเล่นกลับ

สื่อตะวันตกบางสำนักตั้งข้อสังเกตว่า คนผิวขาวจำนวนไม่น้อยยกย่องว่าทรัมป์เป็นผู้นำของชนผิวขาว ส่วนคนที่ประท้วงทรัมป์ ไม่ชอบทรัมป์ ก็มักจะเป็นคนอเมริกันหรือคนจากประเทศตะวันตกชาติอื่นที่ภูมิหลังดั้งเดิมมาจากประเทศในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้

เดี๋ยวนี้เหตุการณ์แรงถึงขนาดคนที่แสดงการต่อต้านทรัมป์ ไปอยู่ในสังคมของอีกฝ่ายหนึ่งก็มักจะโดนตอบโต้แรง อย่างการเยือนอังกฤษของทรัมป์ครั้งที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งใส่หมวกที่มีข้อความว่า Make America Great Again เดินเข้าไปในกลุ่มของผู้ต่อต้านทรัมป์ที่หน้าจัตุรัสรัฐสภาในกรุงลอนดอน ก็โดนด่า ตะโกนใส่หน้า และปาหัว จนตำรวจต้องเข้ามาช่วย

เราอาจจะได้ยินบทความโลกสวยในเรื่องการอยู่ด้วยกันอย่างสันติ หรือเรื่องการนำพหุวัฒนธรรมมาแก้ไขความขัดแย้ง ทว่าในความเป็นจริง เรื่องพวกนี้เป็นไปได้ยากมากครับ ความขัดแย้งยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ขณะที่ผมเขียนคอลัมน์รับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพก็มีกันตายไป 4 ศพในเมืองดาร์วิน เครือรัฐออสเตรเลีย รัฐบาลพยายามบอกว่า การฆ่ากันในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เบื้องต้นก็มักจะพูดจาว่าไม่เกี่ยวไว้ก่อน แต่พอถึงขั้นการสอบสวน ก็มักจะเจอว่า สาเหตุมาจากแรงจูงใจในเรื่องผิวสี เผ่าพันธุ์ และศาสนาแทบทั้งสิ้น.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ผู้นำของประเทศประท้วงบอริส จอห์นสันไนเจล ฟาราจเปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้