ภาพจาก : สำนักข่าวชิคาโกทริบูน (Chicago Tribune)

บริษัทรถโดยสารประจำทางซับเออร์เบิน เอ็กซ์เพรส เมืองแชมเพน รัฐอิลลินอยส์ ออกโฆษณาด้วยข้อความ “คุณจะไม่รู้สึกเหมือนอยู่ในประเทศจีนเมื่อโดยสารรถของเรา”

โฆษณานี้ถูกพิจารณาว่าเป็นการส่อเสียดนักศึกษาจีนจำนวนไม่น้อยซึ่งเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์บานา แชมเพน และทำให้อัยการสูงสุดประจำรัฐอิลลินอยส์ฟ้องบริษัทซับเออร์เบินฯ ข้อหาปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการชาวเอเชียอย่างไม่เป็นธรรม เจ้าของบริษัทที่ชื่อนายเดนนิส เทิปเปน พยายามยุติคดีนี้โดยการออกแถลงคำขอโทษ โดยอ้างว่าตัวเองเพียงต้องการจะสื่อถึงบริษัทคู่แข่งที่มีผู้ใช้บริการเป็นนักศึกษาจีนเป็นจำนวนมาก

ต่อมานายเทิปเปนประนีประนอมยอมความกับอัยการสูงสุด โดยยอมจ่ายค่าปรับ 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ และอบรมพนักงานไม่ให้เลือกปฏิบัติ แต่ตอนนี้ก็มีข่าวออกมาแล้วครับว่า บริษัทรถโดยสารประจำทางที่ว่าปิดกิจการแล้ว หลังจากมีการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562

ปัจจุบัน การเลือกปฏิบัติเป็นเรื่องสิ่งต้องห้ามในหลายประเทศ ท่านที่จะเดินทางไปเที่ยว ประกอบธุรกิจ เรียนหนังสือ หรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ต้องระมัดระวังอย่างมาก

ในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความคิดอนุรักษนิยมสุดโต่งหรือที่เราเรียกว่าขวาจัด ซึ่งเป็นแนวความคิดนีโอนาซีที่ต้องการรื้อฟื้น “ค่านิยมแบบนาซี” และกลุ่มแนวคิดฟาสซิสต์ซึ่งเป็น “เผด็จการชาตินิยม” กำลังมาแรง มีการชุมนุมหลายครั้งที่เยอรมนีใน พ.ศ. 2561 มีการดึงเยาวชนเข้าไปในที่ชุมนุมที่มีการเหยียดเชื้อชาติกันอย่างรุนแรง สมัยนี้การชักจูงเยาวชนทำได้ง่าย เนื่องจากผู้คนจากตะวันออกกลางจำนวนหนึ่งปฏิบัติตนในแนวทางที่ขัดแย้งกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนยุโรปท้องถิ่น ความขัดแย้งที่เห็นเป็นรูปธรรมของจริงทำให้เยาวชนยุโรปถูกชักจูงให้ไปเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติได้ง่ายขึ้น

...

ไม่กี่วันก่อน มีคลิปของผู้อพยพปีนขึ้นไปทำลายรูปปั้นโบราณพร้อมตะโกนว่า การมีรูปปั้นขัดต่อความเชื่อทางศาสนาของตน โดยมีคนท้องถิ่นยืนมุงดูอยู่หลายสิบคน พวกท้องถิ่นยุโรปบางคนเอาก้อนหินปาขึ้นไปเพื่อหยุดการทำลายรูปปั้นศิลปะของชายผู้นั้น คลิปนี้ถูกแพร่ขยายกระจายไปทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างผู้มาใหม่ต่างทวีปอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการแตกแยกระหว่างคนยุโรปกับผู้อพยพผิวสีอื่น ศาสนาอื่นมากขึ้น

โซเชียลมีเดียทำให้มีการโพสต์ภาพและข้อความโจมตีกันได้ง่าย ข้อความที่ด่ากันทำให้ผู้อพยพที่โดนดูถูกเหยียดหยามลุกขึ้นมาด่าตอบ การต่อสู้ในโซเชียลมีเดียขยายผลทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นภายในเวลาข้ามคืน คนทั้งโลกสามารถเห็นการโต้เถียงกันทางโซเชียลมีเดีย และก็เข้าช่วยพวกของตนด่าฝ่ายตรงข้ามกันเป็นพันเป็นหมื่นคอมเมนต์

หลายองค์กรพยายามแก้ไขปัญหาด้วยพหุวัฒนธรรม แต่ก็ยากที่จะให้ผู้คนเข้าใจและนำไปปฏิบัติ บั้นปลายท้ายที่สุด คนจำนวนไม่น้อยก็เข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มขวาจัด กลุ่มที่มีแนวความคิดเผด็จการชาตินิยม

แม้แต่ในมหาวิทยาลัยอันดับต้นของโลกอย่างฮาร์วาร์ดก็ยังไม่เว้น ฮาร์วาร์ดถือว่าเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในสหรัฐฯ ในแต่ละปีจะมีผู้สมัครเข้าเรียนต่อปีประมาณ 4 หมื่น ทางมหาวิทยาลัยรับนักศึกษาเข้าเรียนได้เพียง 2 พัน

คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียมีสัดส่วนร้อยละ 6 ของประชากรอเมริกันทั้งประเทศ ทว่านักศึกษาเชื้อสายเอเชียที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ มีมากถึงร้อยละ 22.9 ทำให้มีการสร้างนโยบายกีดกันคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียเข้าเรียน

นักศึกษาเชื้อสายเอเชียต้องทำคะแนน SAT สูงกว่านักศึกษาผิวขาว 140 คะแนน มากกว่าคนเชื้อสายละตินอเมริกา 270 คะแนน และมากกว่าคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน 450 คะแนน ถึงจะได้เข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ด

เรื่องที่ฮาร์วาร์ดก็เป็นคดีจนได้ Student For Fair Admissions (SFFA) ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อการเข้าเรียนอย่างเป็นธรรมฟ้องหน่วยงานที่ดูแลการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียน ข้อหากีดกันผู้สมัครเชื้อสายเอเชีย เพื่อเพิ่มสัดส่วนของผู้สมัครเข้าเรียนเชื้อชาติอื่น

พึ่งใครไม่ได้ก็ต้องพึ่งศาลครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com