king10
Thairath Logo
กีฬา

ภูมิหลังสเปน (1)

Share :
line-share-logo

ผมเรียนไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ว่าพรรคที่ชนะในการเลือกตั้งที่สเปนเมื่อ 28 เมษายน 2562 คือพรรคสังคมนิยม (PSOE) ของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ซึ่งได้ ส.ส. 123 คน หรือเกือบร้อยละ 29 จากทั้งหมด 350 ที่นั่ง

ที่ผมบอกว่าน่าสนใจกว่านั้นก็คือ ‘พรรคว็อกซ์’ ที่ได้ ส.ส.มา 24 ที่นั่ง เพราะนี่เป็นการก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติครั้งแรกของพวกขวาจัด นับตั้งแต่การสิ้นสุดยุคเผด็จการนายพลฟรันซิสโก ฟรังโก อี บาอามอนเด เมื่อ พ.ศ.2518

เมื่อวานผมได้เล่าเรื่องสเปนค้างไว้ วันนี้ขออนุญาตมาเล่าต่อครับ ที่นำเรื่องความหลังครั้งก่อนมาเล่า เพราะผมว่าการเติบโตของพรรคว็อกซ์จะไม่หยุดแค่นี้ จะเติบโตเหมือนในออสเตรียและอิตาลี นโยบายขวาจัดของพรรคว็อกซ์เป็นเรื่องที่บางคนรับไม่ได้ อย่างเรื่องปกป้องความเป็นชาติสเปนจนถึงที่สุด การต่อต้านกระแสสตรีนิยม การต่อต้านผู้อพยพผิดกฎหมาย (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม) และการให้ใช้มาตรการเด็ดขาดกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนกาตาลุญญา

สงครามกลางเมืองที่สู้กันระหว่างรัฐบาลกับกองกำลังชาตินิยมที่นำโดยนายพลฟรังโกในระหว่าง พ.ศ.2479-2482 จบลงด้วยฝ่ายนายพลฟรังโกชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พวกที่แพ้คือพวกนิยมกษัตริย์หรือรอยัลลิสต์ เมื่อชนะแล้วนายพลฟรังโกให้มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวคือ พรรคฟาลังเค มีนโยบายคล้ายกับที่พรรคว็อกซ์มีอยู่ในขณะนี้ นโยบายของพรรคฟาลังเคของนายพลฟรังโกในสมัยนั้นเน้นความเป็นชาตินิยม ขยายจักรวรรดิ เชิดชูศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นายพลฟรังโกสถาปนาตัวเองเป็นทั้งหัวหน้าพรรคฟาลังเค ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประมุขของสเปน

ตอนนายพลฟรังโกเป็นผู้นำ มีสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น แกร่วมกับเยอรมนี (ฝ่ายอักษะ) โจมตีรัสเซีย (ฝ่ายสัมพันธมิตร) สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยฝ่ายสัมพันธมิตรชนะ สหประชาชาติมีมติไม่ให้สเปนเป็นสมาชิก แต่ตอนหลังพวกพี่เบิ้มในสหประชาชาติคิดกันว่า สเปนเป็นหน้าด่านที่จะต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรป ประเทศพวกนี้จึงยอมให้สเปนเป็นสมาชิกยูเอ็น

เป็นเรื่องแปลกมากครับ ที่ตอนหลังนายพลฟรังโกสถาปนาระบอบกษัตริย์ของสเปนขึ้นมาใหม่ หลังจากที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อ พ.ศ. 2474 นายพลฟรังโกประกาศว่า เมื่อใดที่แกตายหรือเกษียณจากการเป็นประมุขของรัฐ ขอให้สภากอร์เตสสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเพื่อสถาปนาเป็นกษัตริย์สเปน ยกเว้นแต่แกจะเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นกษัตริย์หรือผู้สำเร็จราชการเอาไว้ก่อนด้วยตัวเอง

ใครจะเชื่อครับว่าระหว่าง พ.ศ. 2503-2517 เศรษฐกิจสเปนโตถึงร้อยละ 66 ต่อปี สเปนเปลี่ยนสถานะจากประเทศเกษตรกรรมเป็นประเทศอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว

ความใฝ่ฝันปรารถนาของสเปนในยุคของนายพลฟรังโกคือ การเข้าเป็นสมาชิกในองค์การตลาดร่วมยุโรปหรือ Common Market (ซึ่งต่อมาคือสหภาพยุโรป) แต่ถูกปฏิเสธหลายครั้ง

22 กรกฎาคม 2512 นายพลฟรังโกเสนอให้ฆวน การ์โลส แห่งราชวงศ์บูร์บงเป็นผู้สืบตำแหน่งประมุขของประเทศและแต่งตั้งให้เป็น Prince of Spain ทำหน้าที่เป็นประมุขชั่วคราวของรัฐ 2 ครั้งตอนที่นายพลฟรังโกป่วย ต่อมาพอนายพลฟรังโกตายกลายเป็นผี เจ้าชายฆวน การ์โลส ก็ได้รับการสถาปนาเป็นพระเจ้าฆวน การ์โลสที่ 1 เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2518

นายพลฟรังโกตายแล้ว ก็หมดยุคเผด็จการของสเปน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สเปนก็ปฏิรูปประเทศตามแนวทางประชาธิปไตย มีการยกเลิกข้อห้ามเกี่ยวกับการดำเนินการทางการเมือง เมื่อ พ.ศ.2519 พอถึง พ.ศ.2520 ก็มีการเลือกตั้งเสรีครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือ มีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ให้สเปนเป็นประเทศสังคมประชาธิปไตย มีกษัตริย์ในระบบสืบสันตติวงศ์ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ พระเจ้าฆวน การ์โลสเป็นประมุข + ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาป้องกันสูงสุด

สเปนหลังเผด็จการยึดหลักอิสรภาพ ยุติธรรม เสมอภาค และพหุนิยมทางการเมือง ส่วนภาษาราชการก็ให้มีถึง 4 ภาษา คือ กัสติเลียน กาตาลัน กัลเยโก และบาสก์

พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อ่านเพิ่มเติม...
ภูมิหลังสเปนการเลือกตั้งสเปนพรรคว็อกซ์ขวาจัดนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยเปิดฟ้าส่องโลก