ข่าว
100 year

เริ่มยุคเรวะแผ่นดินญี่ปุ่น “รัชศก” ใหม่ “พระจักรพรรดิ” สละราชสมบัติ พ้นสมัย “เฮเซ”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

ประวัติศาสตร์แผ่นดินญี่ปุ่นต้องจารึกสมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะทรงประกอบพระราชพิธีสละราชสมบัติแล้ว ณ ท้องพระโรงใหญ่พระราชวังอิมพีเรียล กรุง โตเกียว เปลี่ยนจากยุครัชสมัย “เฮเซ” เป็นยุครัชสมัย “เรวะ” อย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงประกอบพระราชพิธีแบบเรียบง่ายและใช้เวลาสั้นเพียง 10 นาที พร้อมมีพระบรม ราโชวาทครั้งสุดท้าย ปรารถนาให้ชาวญี่ปุ่นและคนทั้งโลกประสบความสงบสันติและเจริญรุ่งเรือง พร้อมขอบใจชาวญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนพระองค์ และมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะเสด็จเถลิงราชสมบัติสืบราชบัลลังก์เป็นพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ในวันที่ 1 พ.ค. นับเป็นการ “ผลัดแผ่นดิน” แดนดอกเบญจมาศครั้งสำคัญที่สุดอีกครั้ง

นับเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้งของแผ่นดินญี่ปุ่นหรือดินแดน “ดอกเบญจมาศ” ในการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและเปลี่ยนรัชสมัยใหม่จากยุครัชสมัย หรือรัชศก “เฮเซ” (การบรรลุสันติภาพ) รัชกาลที่ 125 มาเป็นยุครัชสมัย “เรวะ” ที่มีความหมายถึงความสงบสุขและปรองดอง ที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการจัดพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ โดยมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 30 เม.ย.

พิธีการสำคัญในพระราชพิธีสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่มีพระชนมายุ 85 พรรษา มีขึ้นที่ท้องพระโรงมัตสึโนะมะ หรือท้องพระโรงใหญ่ในพระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว เมื่อเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ พระบรมวงศานุวงศ์องค์อื่นๆ นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ และคณะบุคคลสำคัญในรัฐบาลญี่ปุ่น เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกว่า 300 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด โดยมีพสกนิกรชาวญี่ปุ่นมาเฝ้าชื่นชมพระบารมีและถวายพระพรที่ลานด้านนอกพระราชวังอิมพีเรียลกันอย่างแน่นขนัด

ก่อนมีพระราชพิธีประกาศการสละราชบัลลังก์ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีถวายราชสักการะเทพีอามะเทราสุ รวมทั้งถวายราชสักการะบูรพมหาจักรพรรดิ กับถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในพระราชวังอิมพีเรียล อันเป็นสัญลักษณ์ถึงการแจ้งการสละราชบัลลังก์ต่อสุสานบรรพบุรุษและเทพเจ้าชินโต หลังจากนั้นได้เสด็จฯไปทรงประกอบพระราชพิธีสละราชบัลลังก์ ที่จัดแบบเรียบง่ายใช้เวลาสั้นๆประมาณ 10 นาที โดยมหาดเล็กอัญเชิญตราแผ่นดิน พระราชลัญจกรและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ 2 ใน 3 ชิ้น คือ พระแสงดาบและพระสายสร้อยสังวาลเข้าไปในห้องโถงในท้องพระโรงใหญ่ โดยเครื่องราชกกุธภัณฑ์อีกชิ้นคือพระฉาย (กระจก) เก็บไว้ที่มหาศาลเจ้าเมืองอิเสะ จากนั้นนายกรัฐมนตรี นายชินโสะ อาเบะ อ่านประกาศการสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีพระบรมราโชวาทครั้งสุดท้าย ใจความสั้นๆ ว่า พระองค์ทรงปรารถนาให้ชาวญี่ปุ่นและคนทั้งโลกประสบความสงบสันติและเจริญรุ่งเรือง ขอขอบใจอย่างสุดซึ้ง ที่ชาวญี่ปุ่นยอมรับเป็นสัญลักษณ์และให้การสนับสนุนพระองค์ จากนั้นพระองค์และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงโค้งคำนับให้คณะบุคคลผู้มาร่วมพิธี ก่อนเสด็จออกจากท้องพระโรงใหญ่

ขณะที่พระราชพิธีอันสำคัญที่ถือเป็นการ “ผลัดแผ่นดิน” เปลี่ยนแปลงจากรัชสมัยเฮเซมาเป็นรัชสมัยเรวะอย่างเป็นทางการ มีขึ้นในวันที่ 1 พ.ค. ที่ท้องพระโรงมัตสึโนะมะเช่นกัน เป็นพิธีสืบราชบัลลังก์ของมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระชนมายุ 59 พรรษา เริ่มจากพระราชพิธีแรกในเวลา 10.30-10.40 น. มหาดเล็กอันเชิญตราประจำแผ่นดินและพระราชลัญจกร พระแสงดาบและพระสายสร้อยสังวาล วางที่โต๊ะหน้าพระพักตร์ ถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ มีพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นบุรุษ ผู้แทนรัฐบาล นายก รัฐมนตรีชินโสะ อาเบะและคณะรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน ส่วนอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและอดีตจักรพรรดินีมิชิโกะ รวมถึงสมาชิกราชวงศ์สตรีไม่ได้เข้าร่วม ยกเว้นนางซัตซูกิ คาตายามะ ที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ถือเป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ ยุคใหม่ที่ได้เข้าร่วมพระราชพิธี

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงมีพระบรม ราโชวาทครั้งแรกในท้องพระโรงมัตสึโนะมะ จากนั้นนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ กล่าวถวายพระพรในนามตัวแทนประชาชน ต่อมาในวันที่ 4 พ.ค. สมเด็จพระจักรพรรดิและจักรพรรดินีพระองค์ใหม่ เสด็จออกพระราชวังอิมพีเรียลทักทายพสกนิกรเป็นครั้งแรก รวม 6 ช่วงเวลา เริ่มตั้งแต่ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ส่วนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 22 ต.ค. เชิญแขกผู้ทรงเกียรติจากเกือบ 200 ประเทศ เข้าร่วม ทั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงมีพระราชธิดาองค์เดียว คือ เจ้าหญิงไอโกะพระชนมายุ 17 พรรษา ตามกฎมณเฑียรบาลห้ามสตรีครองราชย์ ดังนั้นรัชทายาทลำดับที่ 1 และ 2 คือเจ้าชายฟูมิฮิโตะ พระราชอนุชาและเจ้าชายฮิสะฮิโตะ พระโอรสของเจ้าชายฟูมิฮิโตะ พระชนมายุ 12 ชันษา

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2476 เป็นพระราชบุตรลำดับที่ 5 จาก 7 พระองค์ ในสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ หรือสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ กับสมเด็จพระจักรพรรดินีนางาโกะ แต่พระองค์เป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ ถือเป็นรัชทายาทอันดับ 1 ของราชบัลลังก์ดอกเบญมาศญี่ปุ่น โดยเมื่อแรกประสูติดำรงพระยศเป็นเจ้าชายสึงุ

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงอภิเษก สมรสกับ น.ส.มิชิโกะ โชดะ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2502 ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “มกุฎราชกุมาร” และ เป็นการอภิเษกสมรสระหว่างราชวงศ์ญี่ปุ่นกับสตรีสามัญชนเป็นครั้งแรก ทำให้ น.ส.มิชิโกะได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็น “มกุฎราชกุมารีมิชิโกะ” วันที่ 7 ม.ค.2532 สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะเสด็จ สวรรคต มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะจึงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 125 ของญี่ปุ่นตามโบราณราชประเพณีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2533 และทรงสถาปนาเจ้าหญิงมิชิโกะ มกุฎราชกุมารี ขึ้น เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ พร้อมทั้งประกาศนามรัชสมัยของพระองค์ว่า รัชสมัยเฮเซ

ภายหลังพิธีพระบรมราชาภิเษก สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างแดนครั้งแรกคือประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 26 ก.ย. ถึง 6 ต.ค.2534 นอกจากนี้ทรงได้รับพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่น “เรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ (ร.ม.ภ.)

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ มีพระราชโอรสและพระ ราชธิดาทั้งหมด 3 พระองค์ ได้แก่ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ประสูติเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2503 เจ้าชายฟุมิฮิโตะ ประสูติเมื่อวันที่ 11 พ.ย.2508 เจ้าหญิงซายาโกะ ประสูติเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2512 ต่อมาเจ้าหญิงซายาโกะสมรสกับสามัญชนคือนายโยชิกิ คุโรดะ จึงต้องสละฐานันดรศักดิ์ตามกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น และเปลี่ยนพระนามเป็นนางซายาโกะ คุโรดะ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จักรพรรดิอากิฮิโตะจักรพรรดิอากิฮิโตะสละราชบัลลังก์สละราชสมบัติรัชสมัยเรวะรัชสมัยเฮเซญี่ปุ่นข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้