การได้มาซึ่งข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำเกี่ยวกับสัญญาณการเกิดแผ่นดินไหว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งศูนย์กลางของแผ่นดินไหว ความลึก และขนาด สิ่งเหล่านี้เป็นข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่จะนำมาประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือ เมื่อเร็วๆนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน ได้นำเสนอวิธีเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบแผ่นดินไหวได้เร็วยิ่งขึ้น

ด้วยการมุ่งเน้นไปยังข้อมูลข่าวสารที่มาจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยในการตรวจ จับแผ่นดินไหวได้เร็วกว่าเดิม การรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือในช่วงเวลาจริงจากเครือข่ายแผ่นดินไหว กับข้อมูลที่ได้รับจากเว็บไซต์เฉพาะ เช่น แอปพลิเคชัน LastQuake บนสมาร์ทโฟน หรือข้อมูลที่หลั่งไหล มาทางทวิตเตอร์ นักวิทยาศาสตร์เผยว่าวิธีนี้จะช่วยลดเวลาที่ใช้ในการตรวจจับและค้นหาแผ่นดินไหว ได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมการใช้งานของคราวด์ซอสซิ่ง (crowdsourcing) ที่เป็นการกระจายปัญหาหรือวัตถุประสงค์บางอย่างให้กับชุมชนออนไลน์ เพื่อให้พวกเขามาร่วมกันแก้ปัญหา เพราะผู้คนเหล่านี้อาจเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีภาพถ่ายและวิดีโอหลังการเกิดแผ่นดินไหว ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาปรับปรุงการรับรู้สถานการณ์ได้

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2559-2560 ทีมนักวิทยาศาสตร์ ได้ใช้วิธีคราวด์ซอสซิ่งในการวิเคราะห์แผ่นดินไหวมากกว่า 1,500 ครั้ง ซึ่งพบว่ามีการตรวจจับที่เชื่อถือได้เมื่อเปรียบเทียบกับการวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว.