อังกฤษต้องเผชิญกับคดีคนร้ายไล่แทงผู้คนบนถนนติดต่อกันถึง 4 ครั้งในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ล่าสุด นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ออกมาประกาศว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นวิกฤติของชาติ

ภายในช่วงเวลาเพียง 15 ชั่วโมงของคืนวันเสาร์ที่ 30 มี.ค.62 ได้เกิดเหตุคนร้ายไล่แทงเหยื่อบนถนนในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถึง 4 ครั้ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย โดยเหยื่อทั้ง 4 รายได้ถูกแทงจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ขณะเดินอยู่บนถนนย่านเอ็ดมอนตัน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า คนร้ายพุ่งเข้าแทงแบบเหยื่อไม่เลือกหน้า แม้ว่าหลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยได้ ทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกครั้ง แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อมีเหยื่อรายที่ 5 ถูกแทงบาดเจ็บสาหัส ทำให้ต้องประกาศเตือนให้ประชาชนระวังตัวในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากคนร้ายมักแฝงตัวกลมกลืนไปกับผู้คนบนถนน ในขณะที่เจ้าหน้าที่มืดแปดด้านและไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป แม้ว่าจะสามารถจับผู้ต้องสงสัยได้แล้วก็ตาม

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งในคดีพยายามฆ่าโดยอาวุธมีดภายในกรุงลอนดอนเท่านั้น โดยนับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ 2562 มีเหยื่อที่ถูกจ้วงแทงโดยอาวุธมีดในสหราชอาณาจักรแล้วกว่า 20 ราย โดยระหว่างปี พ.ศ 2561 ถึง 2562 มีเหยื่อถูกแทงมากถึง 135 ราย ซึ่งคนร้ายในแต่ละคดีมีแรงจูงในที่แตกต่างกันไปทั้งการทะเลาะวิวาท, การเหยียดเชื้อชาติและอาการป่วยทางจิต

...

มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐบาลอังกฤษตัดงบประมาณสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเป็นหนึ่งเหตุผลใหญ่ที่ทำให้เกิดคดีนองเลือด เนื่องจากมีการลดจำนวนเจ้าหน้าที่บนถนนอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้การรักษาความปลอดภัยหละหลวม ในขณะที่ผลวิจัยจากทีมแพทย์เผยว่าการปล่อยปละละเลยของร้านสะดวกซื้อที่ขายอุปกรณ์แหลมคมให้แก่เยาวชน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เนื่องจากผู้ก่อเหตุสามารถเข้าถึงอาวุธได้อย่างง่ายดาย

นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์
นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์

ล่าสุด รัฐบาลอังกฤษได้เตรียมออกกฎให้กักบริเวณผู้ที่ถูกพบว่าพกอาวุธมีดและจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ของบุคคลดังกล่าว ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 2 ปี ในขณะที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ระบุว่ารัฐบาลจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งถือเป็นวิกฤติของชาติในขณะนี้.