ข่าว
100 year

“ค่าหย่า” 1.1 ล้านล้านบาท เจ้าพ่ออเมซอนแบ่ง “สินสมรส“ ให้อดีตภรรยา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 เม.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

“เจฟฟ์ เบซอส” เจ้าพ่อ “อเมซอน” เว็บไซต์สินค้าออนไลน์ยักษ์ ใหญ่ ยอมเฉือนหุ้นอเมซอน 4 เปอร์เซ็นต์ ที่มีมูลค่า 36,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ยกให้อดีตเมีย “แม็คเคนซีย์ เบซอส” หลังสิ้นไร้ไฟสวาทจบการครองชีวิตคู่อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทวีตขอบคุณอดีต เมียที่เคยให้การสนับสนุนธุรกิจ ถือเป็นการแบ่งสมบัติของคดีหย่าร้างที่แพงที่สุดในโลก แต่ยังระบุขอครองสถานะเป็นพ่อแม่ของลูก และขอเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

คดีการหย่าร้างบันลือโลกของมหาเศรษฐีชื่อดังที่ตกเป็นข่าวรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดยนายเจฟฟ์ เบซอส อภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก และเจ้าของเว็บไซต์สินค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ “อเมซอน” (Amazon) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ เรื่องการลงนามหย่าร้างแยกทางกับนางแม็คเคนซี เบซอส ภรรยาอย่างเป็นทางการ พร้อมแสดงความยินดีที่สามารถแบ่งทรัพย์สินธุรกิจกันได้อย่างลงตัว โดยนางแม็คเคนซีจะยังถือครองหุ้นอเมซอนในสัดส่วน 4 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาดสูงถึง 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท

การหย่าร้างอย่างเป็นทางการครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ถือเป็นการแบ่งทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การหย่าร้างของคู่สมรส ทำลายสถิติการหย่าร้างของนายอเล็ค วิลเดนสไตน์ มหาเศรษฐีตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะชาวอเมริกันกับนางโจเซลีน วิลเดนสไตน์ อดีตภรรยา มูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 ล้านบาท เมื่อปี 2542 โดยนายเจฟฟ์ เขียนข้อความขอบคุณภรรยาว่าเป็นคู่ชีวิต พันธมิตร และมารดาที่พิเศษยิ่ง มีเรื่องมากมายที่ผมต้องเรียนรู้จากเธอ จากนี้และตลอดไป พร้อมขอขอบคุณในความสนับสนุน ความเมตตากรุณา ในกระบวนการหย่าร้างครั้งนี้และตั้งตาที่จะมีความสัมพันธ์ใหม่ในฐานะเพื่อน ฐานะพ่อแม่ของลูก

ส่วนนางแม็คเคนซี เขียนผ่านทวิตเตอร์ว่า ดิฉันยินดีจะยกหุ้นทั้งหมดของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ที่นายเจฟฟ์เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2556 กับหุ้นทั้งหมดของบริษัทสำรวจอวกาศบลู ออริจิน ที่นายเจฟฟ์ก่อตั้งเมื่อปี 2543 รวมถึงสิทธิการโหวตในคณะกรรมการบริหาร และหุ้นของครอบครัวกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทอเมซอนแก่อดีตสามี เพื่อสนับสนุนอดีตสามีในการดำเนินกิจการของบริษัทอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ และดิฉันรู้สึกตื่นเต้นต่อแผนการในอนาคตของตัวเอง ขอขอบคุณในอดีตที่ผ่านมา ทั้งจะตั้งตารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตต่อไป

แม้ว่าคู่อดีตสามีภรรยาเบซอส จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีการแบ่งทรัพย์สินหย่าร้างนอกเหนือจากนี้หรือไม่ แต่นิตยสารเศรษฐกิจชั้นนำของสหรัฐฯ “ฟอร์บส์” รายงานว่า การแบ่งหุ้นอเมซอน ได้ทำให้นางแม็คเคนซี กลายเป็นอภิมหาเศรษฐินีอันดับ 3 ของโลก รองจากอันดับ 1 ฟรองซัวส์ เบตต็อง-กูร์ต ทายาทเครื่องสำอางแบรนด์ “ลอรีอัล” ทรัพย์สิน 52,900 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.63 ล้านล้านบาท อันดับ 2 นางอลิซ วอลตัน ทายาทกิจการห้างวอลมาร์ทของสหรัฐฯ ทรัพย์สิน 45,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ส่วนนายเจฟฟ์ เบซอส เจ้าของอเมซอน จะยังถือหุ้นอยู่ราว 12.2 เปอร์เซ็นต์ โดยก่อนการหย่าร้างเจ้าตัวถูกจัดอันดับเป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ด้วยทรัพย์สิน 110,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.41 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ นายเจฟฟ์ เบซอส อายุ 55 ปี กับนางแม็คเคนซี เบซอส อายุ 48 ปี ได้ประกาศแยกทางกันเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา หลังแต่งงานอยู่กินกันมากว่า 25 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน ต่อมานิตยสารแนชนัล เอ็นไควเรอร์ของสหรัฐฯ ได้รายงานตีแผ่ว่า นายเจฟฟ์มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.ลอเรน ซานเชซ อดีตพิธีกรสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ อายุ 49 ปี จนนายเจฟฟ์กล่าวโจมตีว่าถูกนิตยสารดังกล่าวแบล็กเมล์ พร้อมทั้งจ้างนักสืบเอกชนสืบหาว่านิตยสารได้ข้อมูลและรูปภาพประเด็นฉาวไปจากโทรศัพท์มือถือของนายเจฟฟ์ได้อย่างไร นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่าหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ที่นายเจฟฟ์ครองกิจการ ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์จากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่นิตยสารแนชนัล เอ็นไควเรอร์ เป็นของนายเดวิด เพ็กเกอร์ เพื่อนสนิทของนายทรัมป์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1เจฟฟ์ เบซอสเจ้าพ่ออเมซอนหย่าเมียแม็คเคนซีย์ เบซอสหย่าร้างข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้