king10
Thairath Logo
กีฬา

ลาก่อนประชาชนของข้าพเจ้า

โดย มิสแซฟไฟร์
6 เม.ย. 2562 05:01 น.
Share :
line-share-logo


เป็นอีกหนึ่งราชวงศ์โลกที่กำลังเตรียมผลัดแผ่นดิน ส่งไม้ต่อให้รัชทายาทรุ่นใหม่ขึ้นเถลิงราชสมบัติ โดยเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังอิมพิเรียลของญี่ปุ่น ได้ประกาศเปลี่ยนรัชสมัยใหม่จาก “เฮเซ” เป็น “เรวะ” เปิดศักราชใหม่วันที่ 1 พ.ค. รับการขึ้นครองราชย์ของประมุของค์ใหม่ “สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ”

ก็เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เคร่งครัดจารีตประเพณีมากทุกขั้นตอนในการสละราชสมบัติของ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ” ตลอดจนการเตรียมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเถลิงราชสมบัติสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติในวันที่ 22 ต.ค.นี้ จึงเต็มไปด้วยระเบียบพิธีรีตองซับซ้อนมากมาย โดยทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้อย่างเงียบเชียบเป็นความลับสุดยอดตั้งแต่ปลายปี 2016 หลังองค์จักรพรรดิผู้พ่อมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรญี่ปุ่น ขณะพระชนมพรรษา 83 พรรษา แพร่ภาพทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2016 ว่า ทรงกังวลว่าพระชนมายุที่มากขึ้น และพระพลานามัยที่อ่อนแอลง อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะประมุขของประเทศ โดยพระองค์ได้ผ่านการผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อปี 2003 และเข้าผ่าตัดบายพาสหัวใจ เมื่อปี 2012 ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนครั้งแรกถึงการเตรียมประกาศสละราชสมบัติ และบอกเป็นนัยให้รัฐบาลเริ่มเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสละราชสมบัติ ซึ่งยังไม่เคยกำหนดไว้มาก่อน

กว่าความจริงจะถูกคลี่คลายก็เมื่อรัฐบาลและรัฐสภาญี่ปุ่นมีมติผ่านร่างกฎหมายพิเศษ เพื่อรับรองการสละราชสมบัติของ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ” เมื่อกลางปี 2017 ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน “นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ” ออกมาประกาศสยบทุกข่าวลือว่า “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ” จะทรงสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 เม.ย.2019 ส่งผลให้ทรงเป็นพระประมุของค์แรกของญี่ปุ่นที่สละราชบัลลังก์ในรอบ 200 ปี

เช่นเดียวกับสถาบันกษัตริย์ทั่วโลกในยุคปัจจุบัน สถานะของจักรพรรดิญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก โดยตลอดเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ” ทรงดำรงสถานะเป็นสัญลักษณ์แห่งรัฐ และพระมหากษัตริย์ที่อยู่เหนือการเมือง ตามบทบาทของประมุขสมัยใหม่ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งแตกต่างจากจักรพรรดิองค์ก่อนๆที่ได้รับการเชิดชูประหนึ่งสมมติเทพ กระนั้นก็ทรงใช้พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์และความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกรญี่ปุ่น

เฉกเช่นในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา เมื่อเดือน ธ.ค.2018 “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ” มีพระราชดำรัสอำลาประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายอย่างเปี่ยมความหมายลึกซึ้งว่า ในรัชสมัยของข้าพเจ้า ประเทศญี่ปุ่นไม่มีเหตุสงครามใดๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเยี่ยม กระนั้น พวกเราต้องไม่ลืมว่าเรามีชีวิตสงบสุขกันได้อย่างทุกวันนี้ เพราะคนรุ่นก่อนเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศ และเราจะส่งต่อเกียรติภูมินี้ไปยังคนรุ่นหลัง ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ขณะพระชนมพรรษา 55 พรรษา พระองค์ทรงพยายามค้นหาความหมายของการเป็นพระจักรพรรดิที่ดีเสมอมา และทรงขอบพระทัยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ตลอดจนประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคนที่เป็นแรงสนับสนุนเสมอมา สำหรับว่าที่จักรพรรดิองค์ใหม่ และมกุฎราชกุมารองค์ใหม่ ทรงให้ความมั่นพระทัยว่า เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะและเจ้าฟ้าชายอากิชิโน ได้ทรงสั่งสมประสบการณ์การปฏิบัติพระราชกรณียกิจมายาวนาน ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเจ้าชายทั้งสองพระองค์จะทรงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของราชสำนักไว้ได้ ขณะเดียวกัน ก็สามารถก้าวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างทันท่วงที ที่สำคัญคือการสืบสานพระราชภารกิจในฐานะศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ.

มิสแซฟไฟร์

อ่านเพิ่มเติม...
ประกาศรัชสมัยใหม่ราชบัลลังก์ญี่ปุ่นรัชสมัยเรวะสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะคนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์มิสแซฟไฟร์