หลังจากผ่านมานานถึง 15 ปี ในที่สุดปริศนาของคดีการพบศพหญิงนิรนามใกล้ลำธารในอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เดลส์ ของอังกฤษเมื่อปี 2547 ก็เริ่มคลี่คลายไปเปลาะหนึ่ง เมื่อตำรวจสามารถยืนยันได้แล้วว่า หญิงคนนี้คือหญิงชาวไทยชื่อ ลำดวน สีกันยา อย่างไรก็ตาม ยังเหลือคำถามสำคัญอีกข้อที่ยังต้องการคำตอบคือ ลำดวนเสียชีวิตได้อย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสืบหาความจริงให้กระจ่าง

แต่ในวันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาคุณผู้อ่านย้อนไปดูว่า คดีการเสียชีวิตของ ลำดวน สีกันยา มีจุดเริ่มต้นอย่างไร และดำเนินมาจนถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ริชาร์ด ฮิลล์ โพสต์ท่าถ่ายรูป โดยไม่รู้เลยว่าไม่ไกลจากเขามีศพนอนอยู่
ริชาร์ด ฮิลล์ โพสต์ท่าถ่ายรูป โดยไม่รู้เลยว่าไม่ไกลจากเขามีศพนอนอยู่

*สตรีแห่งขุนเขา

ในเดือนกันยายน 2547 นักเดินเขา 5 คนเดินทางจากหมู่บ้านฮอร์ตัน ในเมืองริบเบิลส์เดล ไปยังยอดเขาทั้ง 3 อันมีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เดลส์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ แต่ก่อนจะถึงยอดเขา ‘เพนนีเกนต์’ พวกเขาก็เผชิญกับฝนตกหนัก จนต้องล่าถอยและเดินทางอ้อมด้วยเส้นทางธรรมชาติที่เรียกว่า ‘เพนไนน์ เวย์’ แล้วหยุดพักที่ถ้ำ ‘เซลล์ กิลล์ โฮลส์’ เมื่อ 20 ก.ย.

...

ทั้ง 5 คนหยุดพักรับประทานอาหารและถ่ายรูปกัน แต่นักเดินเขาชื่อ ปีเตอร์ กู้ดฮิว สังเกตเหตุสิ่งผิดปกติอยู่ที่ลำธารเล็กๆ สายหนึ่ง ระหว่างถ่ายรูป นายริชาร์ด ฮิลล์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเดินเขา เมื่อเขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าเป็นศพของผู้หญิง อยู่ในสภาพนอนคว่ำ ไม่สวมเสื้อ ใส่เพียงกางเกงยีนส์, แหวนทองคำที่เชื่อว่าเป็นแหวนแต่งงาน และถุงเท้าคู่หนึ่งเท่านั้น ขณะที่พบเสื้อของเธอตกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ไม่เจอรองเท้า

ภาพสเกตช์ 'สตรีแห่งขุนเขา' ที่ตำรวจอังกฤษเป็นคนวาด
ภาพสเกตช์ 'สตรีแห่งขุนเขา' ที่ตำรวจอังกฤษเป็นคนวาด

จากการตรวจสอบของตำรวจอังกฤษพบว่า หญิงคนนี้สูงประมาณ 149 ซม. น้ำหนักราว 63 กก. แต่พวกเขาหาคำตอบไม่ได้ว่า เธอเป็นใครและอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตำรวจตัดสินว่าการเสียชีวิตของหญิงรายนี้ไม่น่าสงสัย เพราะไม่พบร่องรอยการใช้ความรุนแรง และว่าเธออาจหลงทางก่อนจะเสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำ ซึ่งคนที่เกิดอาการนี้อาจเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองร้อน และอาจถอดเสื้อผ้าออกได้

ในเดือนพฤษภาคมปี 2550 คณะลูกขุนไต่สวนชันสูตรพลิกศพมีคำตัดสินแบบเปิด หมายความว่า การเสียชีวิตของหญิงคนนี้น่าสงสัย แต่ไม่อาจหาสาเหตุการตายได้ ก่อนที่ศพของเธอจะถูกฝังที่หมู่บ้านฮอร์ตันในเดือนกันยายนปีเดียวกัน โดยชาวบ้านสลักชื่อบนป้ายหลุมศพให้เธอว่า ‘สตรีแห่งขุนเขา’ เนื่องจากไม่ทราบชื่อ และมีการจัดพิธีรำลึกให้เธอทุกปี

ป้ายหลุมศพ 'สตรีแห่งขุนเขา' ที่หมู่บ้านฮอร์ตัน
ป้ายหลุมศพ 'สตรีแห่งขุนเขา' ที่หมู่บ้านฮอร์ตัน

*ทบทวนคดีใหม่

คดีนี้ถูกหยิบขึ้นมาทบทวนใหม่ในปี 2559 โดยตำรวจได้ข้อสรุปว่า หญิงนิรนามรายนี้มีอายุประมาณ 25-35 ปี ในช่วงที่เธอเสียชีวิต และเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียชีวิตก่อนศพถูกพบนานประมาณ 1-3 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่สืบสวนยังพบหลักฐานว่า เธอเคยอาศัยอยู่ที่แลงคาเชียร์ตอนเหนือ หรือที่ คัมเบรียตอนใต้ และเธออาจเป็น ‘เจ้าสาวชาวไทย’ เพราะสืบพบต้นตอของแหวนแต่งงานที่เธอสวมว่ามาจากกรุงเทพมหานคร

...

นายอดัม ฮาร์แลนด์ ผู้จัดการหน่วยพิสูจน์คดีที่ยังไม่มีข้อยุติ ของสำนักงานตำรวจคลีฟแลนด์และนอร์ทยอร์กเชียร์ เปิดเผยในแถลงการณ์อัปเดตผลสืบสวนเมื่อเดือนต.ค. ปีก่อนว่า มีความเป็นไปได้ที่เธอคือผู้หญิงที่แต่งงานกับชายผิวขาวแล้วย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกันในสหราชอาณาจักร และเธออาจถูกฆาตกรรมจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งที่เมืองริบเบิลส์เดล ด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ

นายบัวสา กับนาง จูมศรี สีกันยา พ่อและแม่ของลำดวน
นายบัวสา กับนาง จูมศรี สีกันยา พ่อและแม่ของลำดวน

*สามีภรรยาชาวไทยสงสัยเป็นลูก

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2562 นายบัวสา และนางจูมศรี สีกันยา ชาว ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เขียนจดหมายขอความช่วยเหลือไปยังสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร เพื่อให้ติดตามหาลูกสาวคือนางลำดวน สีกันยา ที่ขาดการติดต่อไปตั้งแต่ 15 ปีก่อนหลังจากไปอยู่อังกฤษกับสามี โดย 2 ตายายได้ทราบข่าวเรื่องสตรีแห่งขุนเขา และคิดว่าอาจเป็นลูกสาวของตัวเองก็เป็นได้ แม้ว่าใจหนึ่งจะไม่อยากให้ใช่ก็ตาม

...

เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง DNA ของนายบัวสากับนางจูมศรี
เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง DNA ของนายบัวสากับนางจูมศรี

ต่อมาในวันที่ 27 ม.ค. ทีมงานจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในไทยเดินทางไปพบนายบัวสากับนางจูมศรี เพื่อจัดเก็บข้อมูลสารพันธุกรรม หรือ DNA โดยพวกเขาเก็บตัวอย่าง DNA จากเซลล์จากเยื่อบุกระพุ้งแก้มและน้ำลายของทั้งคู่ รวมทั้งให้พิมพ์ลายนิ้วมือ และคาดว่าจะใช้เวลาตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมประมาณ 20 วันหรือ 1 เดือน แล้วจึงส่งผลที่ได้ไปให้เจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรเพื่อเปรียบเทียบกับศพหญิงนิรนาม

หลังจากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ ก็มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ของไทยแจ้งกับนายบัวสาและนางจูมศรี ว่าลายนิ้วมือจากศพตรงกับของลำดวน แต่ตำรวจอังกฤษยังไม่ได้ยืนยันผลการตรวจสอบ DNA

นายเดวิด, ลำดวน และลูกๆ
นายเดวิด, ลำดวน และลูกๆ

...

*ชีวิตครอบครัวมีปัญหา

นางจูมสีกับสามีเล่าว่า ลำดวนเป็นลูกคนโตในหมู่ลูกทั้ง 6 คน โดยลำดวนมีลูก 1 คนกับสามีชาวไทยก่อนหย่าร้างกัน จากนั้นจึงไปพบรักกับชาวอังกฤษซึ่งมาเป็นครูสอนภาษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ระหว่างเที่ยว จ.เชียงใหม่ ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกันแบบอีสานจากนั้นจึงย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ และเดินทางไปอยู่ที่สหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา

ลำดวนกับสามีชาวอังกฤษมีลูกด้วยกัน 2 คน ทำงานหาเงินส่งมาให้พ่อแม่แต่ไม่ได้ส่งประจำ ซึ่งนางลำดวนเคยโทรศัพท์มาเล่าว่า ถูกสามีทำร้ายร่างกายประจำ กระทั่ง ปี 2547 นางลำดวนพาครอบครัวกลับมาเยี่ยมบ้าน แต่หลังกลับไปอังกฤษได้เพียง 1 เดือน ลำดวนก็โทรศัพท์มาบอกว่า สามีไม่ให้เงินใช้ และขาดการติดต่อไปเลย

ลำดวน สีกันยา
ลำดวน สีกันยา

*ตำรวจอังกฤษยืนยันตัวศพ

หลังจากทางการไทยประสานกับเจ้าหน้าที่อังกฤษ ในที่สุดตำรวจมณฑลนอร์ทยอร์กเชียร์ ก็ออกมายืนยันในวันที่ 19 มี.ค. ว่า ศพหญิงนิรนามที่พบใกล้ยอดเขาเพนนีเกนต์เมื่อ 15 ปีก่อน คือ ลำดวน อาร์มิเทจ หรือนามสกุลเดิมคือ สีกันยา จริงๆ โดยสืบพบว่า ลำดวนแต่งงานกับชายชาวอังกฤษชื่อ เดวิด อาร์มิเทจ ที่ประเทศไทย ก่อนจะย้ายมาอยู่สหราชอาณาจักรในปี 2534 โดยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองพอร์ตสมัต, รักบี และ เพรสตัน

ตำรวจยังเชื่อว่านางลำดวนเดินทางกลับประเทศไทยครั้งหนึ่งในช่วงระหว่างปี 2546-2547 แต่ไม่รู้ว่าไปที่ใด และพวกเขากำลังขออำนาจทางกฎหมายเพื่อให้สามารถสอบปากคำครอบครัวของลำดวนและเริ่มการสืบสวนในไทยได้ โดยจะร่วมมือและรับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของไทย เช่นเดียวกับเริ่มการสืบสวนในสหราชอาณาจักร

เดวิด อาร์มิเทจ
เดวิด อาร์มิเทจ

*ปริศนาการเสียชีวิตของลำดวน

แม้จะทราบแล้วว่าตัวจริงของสตรีแห่งขุนเขาคือ ลำดวน สีกันยา แต่ยังเหลือปริศนาใหญ่อีกข้อที่ยังไม่ได้รับคำตอบคือ เธอเสียชีวิตได้อย่างไร ในเบื้องต้น นายฮาร์แลนด์มุ่งความสงสัยไปที่ผู้เป็นสามี แต่นายเดวิดซึ่งมาอาศัยอยู่ในไทยหลายปีแล้ว ยืนยันกับสำนักข่าว เดอะ ซัน ที่ตามหาตัวเขาจนเจอว่า เขาไม่ได้ฆ่าภรรยา และรู้ว่ามีความพยายามเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับตัวเขาในสื่อไทย แต่เขาเพียงต้องการใช้ชีวิตต่อไปเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นางจูมศรียังคงกังขาในคำพูดของนายเดวิด เพราะเมื่อปี 2559 ลูกชายของนายเดวิดกับลำดวนเดินทางมาหาเธอที่บ้านในประเทศไทย เพื่อตามหาแม่ เพื่อขอให้ไปร่วมงานแต่งงานของเขาด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้นางจูมศรีได้รู้ว่า นายเดวิดบอกกับลูกชายว่า ลำดวนทิ้งเขาไปและกลับไทยเพื่อมีสามีใหม่

นายบัวสา กับนาง จูมศรี สีกันยา พ่อและแม่ของลำดวน
นายบัวสา กับนาง จูมศรี สีกันยา พ่อและแม่ของลำดวน

"จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาจะให้คิดยังไง ลูกสาวกับลูกเขยชาวอังกฤษ ก็เดินทางไปอังกฤษด้วยกัน ลูกสาวโทรมาบอกว่าถูกสามีทำร้าย อยากจะกลับมาบ้าน จากนั้นก็ขาดการติดต่อไปเลย จนหลานชายที่เกิดจากลูกเขยคนไทย (ปัจจุบันอยู่ในอังกฤษ) ติดต่อมาว่าแม่หายไป 5 ปีแล้ว ก็พยายามตามหา แต่ก็ไม่พบ มารู้ภายหลังว่า ลูกเขยชาวอังกฤษ มาทำงานในไทยนับสิบปีแล้ว แต่ไม่เคยติดต่อมาหาตายายเลย และยังโกหกลูกๆ ว่า แม่ไปมีสามีใหม่ ก็อยากถามว่า ถ้าไม่เอาลูกแม่ไปฆ่า แล้วเอาลูกแม่ไปทิ้งไว้ไหน" นางจูมศรีกล่าวเมื่อ 20 มี.ค.

เธอย้ำด้วยว่า ไม่อยากปรักปรำว่าใครฆ่าลูกสาว แต่อยากให้ตำรวจอังกฤษ หาคนร้ายฆ่าลูกสาวให้ด้วย