ผลตรวจวิเคราะห์คร่าวๆเหตุเครื่องบินโดยสารเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส “โบอิ้ง 737 MAX 8” ตกหลังขึ้นบินได้ไม่นานจากเอธิโอเปียมุ่งหน้าสู่เคนยาเมื่อ 10 มี.ค. คร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งหมด 157 ราย กับเหตุเครื่องบินโดยสารไลอ้อน แอร์ ของอินโดนีเซียรุ่นเดียวกันนี้ ตกหลังขึ้นบินได้ไม่นานจากสนามบินกรุงจาการ์ตาเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว คร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งหมด 189 ราย ชัดเจนเพราะความบกพร่อง “ลักษณะคล้ายคลึงกัน”

“กล่องดำ” บันทึกข้อมูลการบินของเที่ยวบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส ถูกส่งจากเอธิโอเปียไปตรวจสอบที่ฝรั่งเศส ฝรั่งเศสถอดข้อมูลเรียบร้อยส่งให้เอธิโอเปียนำออกแถลงอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้

แหล่งข่าวสอบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้พบ “อุปกรณ์ช่วยรักษาเสถียรภาพการบิน” ของเครื่องบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส กับของไลอ้อน แอร์ อยู่ในตำแหน่งไม่ปกติเหมือนๆกัน

กรณีเที่ยวบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส เสียงจากห้องนักบินถึงศูนย์ควบคุมการบินขอไต่ระดับความสูงหลังทะยานขึ้นบินจาก 6,400 ฟุต ขึ้นระดับ 14,000 ฟุต ก่อนที่นักบินจะร้องขอนำเครื่องบินกลับลงจอดสนามบินอีกครั้ง

แต่ในที่สุดเครื่องบินก็ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินบนระดับความสูง 10,800 ฟุต และดิ่งวูบลงทันที ลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องบินโดยสารไลอ้อน แอร์ ตกกลางทะเลชวาเมื่อเกือบ 6 เดือนก่อน...

นักวิเคราะห์ระบุมูลเหตุความบกพร่องทั้งสองครั้งอาจไม่ใช่เพราะอุปกรณ์ “ซอฟต์แวร์” ตามที่สงสัยกันตั้งแต่แรก แต่เพราะการออกแบบเครื่องบินรุ่นนี้บกพร่องโดยเฉพาะส่วนระบบเซ็นเซอร์ควบคุมมุมการไต่ระดับขึ้นบิน ซึ่งอยู่บริเวณ “จมูกเครื่องบิน” ใต้ห้องนักบิน ทำงานไม่สัมพันธ์กับ “ปีกส่วนหาง” ซึ่งช่วยควบคุมการเชิดหัวไต่ระดับขึ้นลงของเครื่องบิน โดยกรณีเครื่องบินเร่งเชิดหัวขึ้นไต่ระดับเร็วเกินไป “ระบบอัตโนมัติ” จะทำงานปรับมุมปีกส่วนหางทำให้หัวเครื่องบินถูกกดลง ส่งผลให้นักบินอาจตกใจสภาพความเปลี่ยนแปลงกะทันหันและแก้ไขอะไรไม่ทัน

...

ผลพวงจากอุบัติเหตุทั้งสองครั้งของเครื่องบินโดยสาร “โบอิ้ง 737 MAX” ทำให้สายการบินทั่วโลกสั่งระงับบินเครื่องบินรุ่นนี้แล้วทั้งหมด บริษัทโบอิ้งของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขปรับปรุงระบบเครื่องบินรุ่นนี้ทั้งหมด ราว 350 ลำ จากคำสั่งซื้อแล้วทั้งหมดราว 5,011 ลำ

แต่อนาคต “โบอิ้ง 737 MAX” จะกลับมาสดใสได้หรือไม่นั้นยังไม่มีคำตอบ...

อานุภาพ เงินกระแชง