(ภาพจากยูทูบ)

หญิงรัสเซียสุดเลือดเย็น โดนศาลตัดสินจำคุก 6 ปี จากความโหดร้าย ที่ได้ทรมานลูกชายวัย 11 ขวบ ไม่ให้กินอาหาร จนผ่ายผอมมานานหลายปี หวังเงินสิทธิประโยชน์ลูกป่วยจากรัฐ ได้มาแล้วนับ 2 ล้าน

เมื่อ 18 มี.ค. 62 เว็บไซต์ เดลี่เมล สื่ออังกฤษ รายงาน นางลยูบอฟ โครอตโควา หญิงรัสเซีย อายุประมาณ 40กว่าปี รับกรรม โดนศาลตัดสินจำคุก เป็นเวลา 6 ปี จากความโหดร้ายอย่างยิ่งที่เธอได้บังคับ ทรมานบุตรชายวัย 11 ขวบ ชื่อ วาลีรีย์ คานดอรอฟ โดยไม่ค่อยให้กินอาหาร จนลูกชายมีร่างกายผ่ายผอมมาก กลายเป็นเด็กป่วยอมโรคที่แพทย์หาสาเหตุของโรคไม่เจอ น้ำหนักตัวเหลือเพียงแค่ 12 กิโลกรัมเท่านั้น เพื่อที่นางโครอตโควา จะได้รับเงินสิทธิประโยชน์ในความเจ็บป่วยของลูกชายจากรัฐ ซึ่งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เธอได้รับเงินมาแล้วนับ 50,000 ปอนด์ หรือประมาณ 2 ล้านบาท

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้าที่ความโหดร้ายเลือดเย็นของแม่รายนี้จะถูกเปิดเผยนั้น นางโครอตโควา ได้รับการยกย่องจากชาวบ้านว่าเป็นฮีโร่ แม่ผู้เสียสละในเมืองมากาดัน เนื่องจากเธออดทนเลี้ยงดูลูกชายที่เจ็บป่วยด้วยความรักความห่วงใย โดยหารู้ไม่ว่าความจริงแล้ว นางโครอตโควา ได้พยายามทำให้ลูกชายผอมลงเรื่อยๆ ด้วยการไม่ค่อยให้ลูกกินอาหาร และยังให้ลูกกินยาหลายอย่างเพื่อแสร้งให้คนอื่นคิดว่าป่วยหนัก

...

ระหว่างหลายปีที่นางโครอตโควาพาลูกชายไปพบแพทย์หลายต่อหลายคน เพื่อหาสาเหตุโรค เธอได้ขอให้แพทย์ช่วยตรวจร่างกายของลูกว่าเป็นโรคอะไร รวมทั้งมะเร็ง ทว่าแพทย์ก็ไม่สามารถระบุหาสาเหตุที่ทำให้เด็กชายป่วยจนผอมมากขนาดนี้ กระทั่งมีแพทย์อาวุโสคนหนึ่งเกิดเฉลียวใจ ขอให้เด็กชายมาอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ต้องอยู่ในความดูแลของแม่ จึงทำให้แพทย์พบว่าแท้จริงแล้ว เด็กชายคนนี้ร่างกายโดยรวมแข็งแรงดี และด้วยความที่เด็กชายวัย 11 ไม่ค่อยได้กินอาหาร ทำให้สูงเพียงแค่ 3 ฟุต 5 นิ้ว เท่ากับเด็กวัยแค่ 5 ขวบเท่านั้น

จากนั้น นางโครอตโควาจึงถูกนำตัวดำเนินคดีทางกฎหมาย และศาลได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 6 ปี ฐานวางแผนเพื่อขโมยสิทธิประโยชน์จากรัฐ อีกทั้งยังปิดบังความเหี้ยมโหดนี้ไม่ให้สามีรู้ด้วย โดยเงินที่นางโครอตโความได้มานับ 2 ล้านนั้น ต้องจ่ายคืนให้รัฐ และเธอยังต้องจ่ายเงินชดเชยด้านคุณธรรมอีก 8,000 ปอนด์ หรือ 3.3 แสนบาท ให้กับลูกชาย ซึ่งได้ถูกย้ายให้ออกไปจากความดูแลของแม่ใจเหี้ยมรายนี้ทันที นับแต่ความจริงถูกเปิดเผย

ด้านคณะกรรมการสอบสวนคดีนี้ ยังเผยด้วยว่า นางโครอตโควาได้โกหกหลอกลวงแพทย์ อีกทั้งยังจัดการลงทะเบียนลูกชายของเธอว่าเป็นเด็กพิการ เพื่อที่จะได้เริ่มรับเงินช่วยเหลือจากรัฐ และเงินสิทธิประโยชน์ในการดูแลอื่นๆที่ลูกเจ็บป่วยขั้นพิการ