หลังกรำศึกมานานหลายปี ในที่สุดกองทัพอากาศอังกฤษก็ทำการปลดระวางเครื่องบินรบหลัก “พานาเวีย ทอร์นาโด” อย่างเป็นทางการ

โดยมีการจัดพิธีบินอำลารอบเกาะอังกฤษ เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 19-21 ก.พ.ที่ผ่านมา จากภาคใต้อังกฤษจดภาคเหนือสกอตแลนด์ โดยเริ่มจากฐานทัพอากาศมาร์แฮม นอร์ฟอล์ค ท่ามกลางเสียงตอบรับอันดีจากภาคประชาชน มารอชมการเหินเวหาครั้งสุดท้ายกันเนืองแน่นติดขอบรั้วฐานทัพในเมืองต่างๆทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ทอร์นาโด ถือเป็นเครื่องบินรบอเนกประสงค์ มรดกตกทอดจากยุคสงครามเย็น ถูกออกแบบมาสำหรับการบินด้วยความเร็วสูงในเพดานบินต่ำ เพื่อเล็ดลอดระบบเรดาร์ต่อต้านอากาศยานของ “สหภาพโซเวียต” ก่อนพัฒนาต่อยอดเพิ่มศักยภาพในการทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน

ถือเป็นผลงานการระดมสมองโดย 3 ประเทศคืออังกฤษ เยอรมนี และอิตาลี ถูกนำเข้าประจำการกองทัพอากาศอังกฤษ ในปี 2523 โดยมีขีดความสามารถบินด้วยความเร็วสูงสุด 2.2 มัค (2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เพดานบินสูงสุด 50,000 ฟุต และที่สำคัญคือมีเพย์โหลดสูง บรรทุกอาวุธได้เยอะ จึงสามารถทำภารกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าขับไล่ สนับสนุนการโจมตีภาคพื้นดิน หรือทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ยิงทำลายระบบเรดาร์ข้าศึก

แจส ฮอว์คเกอร์ อดีต ผบ.ฝูงบินอังกฤษ เผยว่า เครื่องทอร์นาโดแม้จะมีความคล่องตัวในการบินฉวัดเฉวียนต่ำ แต่ก็ถูกชดเชยด้วยความเสถียร ความเร็วสูง และบังคับง่าย ที่นักบินชอบที่สุดคือที่นั่งกว้าง ปฏิบัติภารกิจ 8 ชั่วโมงได้โดยไม่อึดอัด หากเทียบกับรุ่นอื่นๆ

กองทัพอากาศอังกฤษนำทอร์นาโดเปิดตัวครั้งแรก ในสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 2534 ตามด้วยสงครามโคโซโวในคาบสมุทรบอลข่าน ปี 2542 สงครามอิรักปี 2546 จนมาถึงสงครามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งสงครามอัฟกานิสถานปี 2552 สงครามกลางเมืองลิเบียปี 2554 ปฏิบัติการถล่มฐานที่มั่นกองกำลังรัฐอิสลามในอิรักปี 2558 และใช้งานล่าสุดในสงครามซีเรียปี 2561

...

หลังจากนี้เครื่องทอร์นาโดอังกฤษจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินรบอเนกประสงค์ ยูโรไฟเตอร์ “ไต้ฝุ่น” จากค่ายยุโรป และเครื่องบินรบพรางเรดาร์เอฟ-35 รุ่นใหม่จากค่ายสหรัฐฯต่อไป.

ตุ๊ ปากเกร็ด