รายงานสุดท้ายสอบหาสาเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินยูเอส บังกลาตกที่เนปาล เผย กัปตัน ดูเหมือนเครียด อารมณ์เสีย ก่อนนำเครื่องบินลงจอดรันเวย์ผิดฝั่ง ดับสลด 51 ศพ
เมื่อ 28 ม.ค.62 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน คณะเจ้าหน้าที่สืบสวนของเนปาล ระบุในรายงานฉบับสมบูรณ์ กรณีโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินบังกลาเทศ ‘US-Bangla Airlines’ (ยูเอส-บังกลา แอร์ไลน์ส)เที่ยวบิน BS211 กรุงธากา-กาฐมาณฑุ ประสบเหตุตก ไฟลุกท่วมที่ท่าอากาศยานในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงเนปาล เมื่อ12 มี.ค.2561 นั้น เป็นเพราะกัปตันของสายการบิน ยูเอส-บังกลา แอร์ไลน์ส ‘ดูเหมือนเครียด อารมณ์เสีย’ ก่อนเครื่องบินจะตก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 51 ราย ในจำนวนผู้โดยสาร-ลูกเรือบนเครื่อง 71 คน จนนับเป็นโศกนาฏกรรมทางการบินครั้งเลวร้ายที่สุดในเนปาล ประเทศที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย
นายพุทธิสาการ์ ลามิจฮานี เจ้าหน้าที่สืบสวนคนหนึ่งในกรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ เผยกับนักข่าวรอยเตอร์ว่า นักบินคิดว่าเขาสามารถควบคุมเครื่องบินและลงจอดได้ แต่ในความจริง เขาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอยู่ในภาวะอารมณ์เสีย และเครียดมาก เพราะเขารู้สึกโกรธที่ถูกนักบินหญิง เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่บนเที่ยวบินนี้ ตั้งคำถามเกี่ยวกับชื่อเสียงของเขาในฐานะครูฝึกที่ดี
...
รายงานระบุว่า ด้วยขาดการตระหนัก ทำให้กัปตันไม่เห็นทิศทางที่คลาดเคลื่อนของเครื่องบิน Bombadier INC Q400 แบบที่ใช้เครื่อง turboprop ซึ่งจะต้องลงจอดในทิศของรันเวย์ที่ถูกต้อง และขณะที่นักบินลงจอดรันเวย์ผิดฝั่ง เครื่องบินกำลังบินอยู่ในระดับต่ำมากทางเหนือของตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ใกล้กับภูเขาและเทือกเขาที่โอบล้อมสนามบิน โดยรายงานยังเพิ่มเติมในส่วนนี้ว่า กัปตันควรยุติการลงจอดและนำเครื่องบินบินวนเพื่อขอลงจอดอีกครั้ง
รอยเตอร์ยังเผยด้วยวา รายงานฉบับสมบูรณ์โศกนาฏกรรมเครื่องบินยูเอส บังกลา แอร์ไลน์สตก ยังระบุว่า กัปตันของเครื่องบินเที่ยวบินนี้วัย 52 ได้ถูกปลดจากกองทัพอากาศ เมื่อปี 2536 เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพจิต ป่วยด้วยอาการภาวะซึมเศร้า แต่ จากการตรวจสอบสภาพจิตในเวลาต่อมา ผลออกมาว่ากัปตันรายนี้สามารถขับเครื่องบินพลเรือนได้ อีกทั้งจากการตรวจสอบสภาพจิตเร็วๆ นี้ก็ไม่พบว่าเขามีปัญหาสภาพจิตแต่อย่างใด
จากข้อมูลกล่องดำบันทึกเสียงในห้องนักบิน และผู้โดยสารหลายคนที่เป็นพยาน ระบุตรงกันว่า กัปตันได้สูบบุหรี่ในห้องนักบินระหว่างทำการบิน และยุ่งเกี่ยวกับการสนทนาในช่วงเวลาวิกฤติ ที่ไม่จำเป็น , ไม่เป็นมืออาชีพ และพูดคุยนานเกินไป รวมทั้งยังละเมิดระเบียบของห้องนักบินที่ต้องรักษาความสะอาดปลอดเชื้อโรค โดยเที่ยวบินนี้ กัปตันคนดังกล่าว มีนักบินผู้ช่วย เป็นผู้หญิง อายุ 25 ปี มีชั่วโมงบินแค่เพียง 390 ชั่วโมง และไม่เคยมีประสบการณ์ขับเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานในกาฐมาณฑุมาก่อนเลย ในขณะที่สนามบินแห่งนี้ได้ถูกยกให้เป็นสนามบินที่ลงจอดยากลำบาก เนื่องจากอยู่ท่ามกลางภูเขาและเทือกเขาหิมาลัย
อ่านข่าว
>>ระทึก เครื่องบินโดยสารตก ขณะลงจอดสนามบินเนปาล ไฟลุกสุดน่ากลัว