เทคโนโลยีทันสมัยก้าวทันโลก แม้จะตอบโจทย์กับความสะดวกรวดเร็วให้กับชีวิต แต่ดูเหมือนจะมีดาบสองคมก้าวควบคู่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (social media) ที่เรียกกันติดปากว่า “โลกโซเชียล” ตามพื้นที่รูปแบบต่างๆที่มีให้เลือกใช้กันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และแอปพลิเคชันอื่นๆที่สามารถดาวน์โหลดลงมาไว้ในอุปกรณ์สื่อสารอย่างมือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์
สื่อสังคมออนไลน์ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าของผู้บริโภค โดยเฉพาะในสตรีวัยรุ่นมีโอกาสเป็นภาวะซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นชายถึง 2 เท่า นักวิจัยจากสถาบันระบาดวิทยาและการสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ในประเทศอังกฤษ ได้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลของเยาวชนประมาณ 11,000 รายในสหราชอาณาจักร พบว่าวัยรุ่นหญิงอายุ 14 ปี จำนวน 2 ใน 5 ของเยาวชนกว่าหมื่นคนนั้นติดโลกโซเชียลอย่างหนัก และใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนที่ไม่ได้ใช้สังคมออนไลน์อย่างหนักหน่วงมีอยู่ 12% ขณะเดียวกันก็พบว่ามี 38% เป็นพวกติดหนึบโลกออนไลน์มากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งแสดงสัญญาณว่าจะมีโอกาสป่วยด้วยโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง
เมื่อมองลึกลงไปถึงสาเหตุที่แท้จริงของกระบวนการเกิดภาวะซึมเศร้าที่อาจเกี่ยวพันกับสังคมออนไลน์ นักวิจัยก็พบว่าวัยรุ่นหญิง 40% และ 25% ของวัยรุ่นชาย มีประสบการณ์ถูกก่อกวนหรือกลั่นแกล้งกันในโลกออนไลน์ (cyberbullying) สิ่งเหล่านี้ทำลายเวลาที่ต้องพักผ่อนนอนหลับ มีรายงานว่าวัยรุ่นหญิง 40% เมื่อเทียบกับ 28% ของวัยรุ่นชาย ฝ่ายหญิงมีความวิตกกังวลและสุขภาพการนอนย่ำแย่ วัยรุ่นหญิงบางรายก็มักกังวลต่อรูปร่างของตัวเอง บางคนก็รู้สึกว่าคุณค่าหรือความนับถือในตัวเองลดลงไป โดยทั้งหมดนี้อาจเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้า.
...