ข่าว
100 year

เมืองวัฒนธรรมยุโรป

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ4 ม.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

จากเมื่อ 50 ปีก่อนที่เมือง มาเตรา แคว้นบาซิลิกาตา ตอนใต้ของอิตาลี เคยสร้างจุดเสื่อม ว่าเป็นพื้นที่อดอยากปากแห้งสุด เพราะอยู่ในถ้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำ ชาวบ้านล้มหายตายจาก เพราะไข้มาลาเรียระบาด

ปัจจุบัน เมืองมาเตราเหมือนฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาร็อกกับโบสถ์ถ้ำ ทำให้ กลายเป็นนครหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรปประจำปีนี้ ร่วมกับเมืองพลอฟดิฟ ของบัลแกเรีย

แต่นี่จะกล่าวถึงเฉพาะเมืองมาเตรา เมืองเก่าแก่ติดอันดับโลก หรือเป็นที่รู้จักกันว่า “นครเยรูซาเล็มแห่งโลกตะวันตก” เพราะเป็นเนิน หินปูนสูง ขุดเจาะลึกเข้าไปกลายเป็นบ้านอาศัย ลดหลั่นกัน จนเรียกกันว่า “แซสซี” ประกอบกับหุบเขาลึก แนวหน้าผา เขาวงกต ทางเดินแคบคดเคี้ยว

“ก็เพราะสภาพบ้านเรือนยังเป็นอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่า มีคนอยู่ที่นี่ 8,000 ปีแล้วจริง” นายรัฟฟาเอลโล เด รุจจิเอรี นายกเทศมนตรีเมืองมาเตรา เผย ตอกย้ำกับการได้ขึ้นชื่อเป็น มรดกโลกกับทางยูเนสโกเมื่อปี 2536

“และก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องการให้เป็นการท่องเที่ยว “เชื่องช้า” ระบบขนส่งการคมนาคมก็ยังคงยุคเก่า ไม่มีสนามบิน ไม่มีรถไฟความเร็วสูง ไม่มีแม้แต่ถนนมอเตอร์เวย์ คือ ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวล้นทะลักเพื่อขอถ่ายรูป 1 วันแล้วจบ”

แต่ต้องการให้ผู้มาเยือนเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลป์ งานประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่งานแสดง เพราะเคยมีหนังหลายเรื่องเข้าไปถ่ายทำ รวมเรื่อง “เดอะ แพสชั่น ออฟ เดอะ ไครสต์” ที่นำแสดงโดยเมล กิบสัน

นางแพทริเซีย คาพริโอตติ เจ้าของร้านงานแกะสลักและเสื้อผ้าคนท้อง กังวลเล็กๆว่า ต่อไปกลัวจะเหมือนเมืองเวนิส ที่เจอแต่นักท่องเที่ยวเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วมีคนนอกเข้าไปอยู่แล้วพลิกบ้านถ้ำให้เป็นจุดท่องเที่ยว...

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อิตาลีเมืองมาเตราเมืองวัฒนธรรมยุโรปหน้าต่างโลกฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้