ดาราจักรหรือกาแล็กซี (galaxy) มีอยู่หลายชนิด เช่น กาแล็กซีแคระ (dwarf galaxy), กาแล็กซีไร้รูปร่าง (irregular galaxy), กาแล็กซีชนิดก้นหอย (spiral galaxy) และกาแล็กซีรูปรีขนาดใหญ่ (massive elliptical galaxy) ซึ่งกาแล็กซีชนิดสุดท้ายนี้กลายเป็นปริศนาสำหรับนักดาราศาสตร์ เพราะกาแล็กซีรูปรีขนาดใหญ่จะมีดวงดาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่น่าแปลกใจคือดาวเกือบทั้งหมดในกาแล็กซีแห่งนี้ล้วนมีอายุเก่าแก่
นับว่าโชคดีที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเกี่ยวกับความเร็วแสง และนำมาเป็นตัวช่วยที่ทำให้ย้อนกลับไปศึกษายุคต้นเอกภพหรือจักรวาลได้ ซึ่งถ้ากาแล็กซีอยู่ห่างออกไป 12,000 ล้านปีแสง นั่นหมายความว่าแสงจากกาแล็กซีนั้นจะต้องเดินทางเป็นเวลา 12,000 ล้านปีก่อนจะมาถึงโลก อีกนัยหนึ่งคือแสงที่มาถึงโลกจะช่วยให้เรามองกลับไปยังกาแล็กซีนั้นๆ เมื่อ 12,000 ล้านปีที่แล้วได้นั่นเอง ทีมนักวิจัยนานาชาตินำโดยนักวิจัยจากองค์การหอดูดาวแห่งชาติญี่ปุ่น (NAOJ), มหาวิทยาลัยโตเกียว และมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ได้ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ซูบารุขององค์การหอดูดาวแห่งชาติญี่ปุ่นรวมถึงกล้องโทรทรรศน์อื่นๆ ค้นหากาแล็กซีที่อยู่ห่างออกไป 12,000 ล้านปีแสงและพบกับกาแล็กซีขนาดใหญ่ที่อยู่นิ่งๆ แต่ส่องสว่างที่สุดจำนวน 5 แห่ง
ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าแม้ว่ากาแล็กซีเหล่านี้จะอยู่นิ่งและมีขนาดกะทัดรัดกว่าขนาดกาแล็กซีทางช้างเผือกเพียงเล็กน้อย แต่กลับหนักเทียบเท่ากับกาแล็กซีสมัยใหม่ แสดงว่าการจะกลายเป็นกาแล็กซีรูปรีขนาดยักษ์ในยุคใหม่นั้น มันจะต้องพองตัวเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า แต่มวลจะเพิ่มเพียง 5 เท่า การค้นพบนี้ทำให้นักวิจัยกลุ่มดังกล่าวเริ่มมุ่งศึกษาสัณฐานวิทยาของกาแล็กซีอันไกลโพ้น เพื่อให้ได้ผลวิจัยที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งคงต้องฝากความหวังไว้กับเครื่องมือแห่งอนาคตอย่างโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (James Webb Space Telescope).
...
Credit : National Astronomical Observatory of Japan