เมื่อไม่นานนี้มีการศึกษาพบว่าดาวยูเรนัส (Uranus) ดาวเคราะห์ดวงที่ 7 ของระบบสุริยะของเราส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เนื่องจากปกคลุมไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า นอกจากกลิ่นจะไม่โสภาแล้วดาวยูเรนัสยังมีลักษณะเฉพาะอีกอย่างคือการหมุนแบบเอียงข้าง นักดาราศาสตร์เชื่อว่าการตะแคงข้างของดาวมฤตยูดวงนี้เกิดจากพลังการชนอันมหาศาลกับดาวเคราะห์ดวงอื่นเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
นักวิจัยด้านดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดอร์แฮม ในประเทศอังกฤษ พยายามไขความกระจ่างเรื่องดังกล่าวโดยสร้างแบบจำลองจากคอมพิวเตอร์ครั้งใหม่ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้จากการชนในครั้งโบราณของดาวยูเรนัสอย่างละเอียดมากกว่าเดิม แบบจำลองนี้ได้แสดงให้เห็นว่าดาวสุดเหม็นดวงนี้เอียงเพราะถูกผลักโดยดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่กว่าโลก 2 เท่า ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 3,000-4,000 ล้านปีก่อน อีกทั้งเหตุการณ์นี้มีแนวโน้มจะเกิดก่อนการก่อตัวของดวงจันทร์บริวารขนาดใหญ่ของดาวยูเรนัส และความโน้มเอียงของดาวยูเรนัสก็ส่งผลผลักดันให้ดวงจันทร์บริวารดวงใหญ่จำนวน 5 ดวงเอียงตามเป็นแนวเดียวกัน
แต่ถึงแม้จะหมุนแบบเอียงทำมุมประมาณ 90 องศามาอย่างเนิ่นนาน ดาวยูเรนัสก็ยังมีความแปลกประหลาดอื่นๆ เช่น การรักษาสภาพบรรยากาศและสนามแม่เหล็ก รวมถึงเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่ไม่มีความร้อนภายในจากแกนกลาง แถมยังมีวงแหวนเหมือนดาวเสาร์ ส่วนวัตถุขนาดใหญ่ที่กระแทกเข้ากับดาวยูเรนัสนั้น เชื่อว่าไม่ได้หายไปไหนน่าจะยังซุ่มซ่อนตัวอยู่ในระบบสุริยะ ทว่าไกลเกินกว่าที่เราจะมองเห็นได้เท่านั้น.