ในระบบสุริยะของเรานั้นมีดาวเคราะห์แคระ (dwarf planet) อยู่ประมาณ 50 ดวง ดาวเคราะห์แคระที่ใหญ่ที่สุดก็คือดาวพลูโต (Pluto) มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 2,370 กิโลเมตร รองลงมาคือดาวเอริส (Eris) เป็นดาวเคราะห์แคระที่โคจรอยู่บริเวณสุดขอบระบบสุริยะ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2,325 กิโลเมตร ล่าสุด นักดาราศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยการค้นพบเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุดในระบบสุริยะของเราอีกดวงหนึ่ง

เทหวัตถุดังกล่าวถูกตรวจพบเมื่อเดือนที่แล้ว จากความสว่างของดาวก็ทำให้สามารถกำหนดขนาดได้ โดยพบว่าเป็นดาวเคราะห์แคระสีชมพูนักดาราศาสตร์ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการของดาวดวงนี้ว่า 2018 VG18 หรือเรียกในอีกหนึ่งคือ ฟาร์เอาต์ (Farout) ซึ่งคาดว่าดาวดวงดังกล่าวน่าจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 500-600 กิโลเมตร และพื้นผิวของดาวอาจมีน้ำแข็งปกคลุม นอกจากนี้ ยังพบว่าดาวเคราะห์แคระฟาร์เอาต์มีความเร็วในการ เคลื่อนที่เชื่องช้ามาก ประเมินกันว่ามันอาจต้องใช้เวลามากกว่า 1,000 ปี ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์

ความสำเร็จในการค้นพบดาวเคราะห์แคระสีชมพูดวงนี้ คือหนึ่งในเป้าหมายของการมองหาเทหวัตถุขนาดใหญ่ที่มีขนาดเท่าดาวเคราะห์ ที่มีความเป็นไปได้ที่จะนับเป็นพลาเน็ต ไนน์ (Planet 9) หรือดาวเคราะห์ดวงที่ 9 รวมถึงพลาเน็ต เอ็กซ์ (Planet X) ที่ว่ากันว่าเป็นดาวเคราะห์ลึกลับอยู่บริเวณส่วนนอกของระบบสุริยะ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ทีมนักดาราศาสตร์เผยว่า 20% ของท้องฟ้ายามราตรี พวกเขาได้ค้นพบดาวเคราะห์แคระจำนวนมากแต่ยังไม่เคยพบดวงดาวที่อาจจะเป็นดาวเคราะห์เอ็กซ์เลย.