เมื่อเร็วๆ นี้ นักบรรพชีวินวิทยาชื่อคริสเตียโน ดาล ซาสโก จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ มิลาน ผู้นำการวิจัยเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ หรือ ฟอสซิล (fossil) ไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งที่ค้นพบตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ในเหมืองหินใกล้หมู่บ้านซาลตริโอ ห่างราว 80 กิโลเมตรไปทางตอนเหนือของนครมิลานแห่งแคว้นลอมบาร์เดียในอิตาลี ได้รายงานการวิจัยล่าสุดลงในวารสารเพียร์เจ. (PeerJ.) หลังจากใช้เวลาศึกษามานานถึง 20 ปีเนื่องจากซากดังกล่าวยากต่อกระบวนการแยกกระดูกออกจากหินที่โอบล้อมไว้อย่างแน่นหนา

ทีมนักบรรพชีวินได้ระบุว่า ซากฟอสซิลโครงกระดูกของไดโนเสาร์ตัวนี้เป็นชนิดกินเนื้อขนาดใหญ่ กระจายตัวอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีเมื่อ 198 ล้านปีที่ผ่านมา ได้รับการตั้งชื่อว่าซาลตริโอเวนาเตอร์ ซานาลลาย (Saltriovenator zanellai) หมายถึง “นักล่าแห่งซาลตริโอ” ขนาดตัว 7.5 เมตร กะโหลกศีรษะยาว 80 เซนติเมตร ฟันกรามคม เดินด้วย 2 ขา โดยขาหน้ามี 4 นิ้วส่วนนิ้วด้านบนมี 3 กรงเล็บแข็งแรง น้ำหนักอย่างน้อย 1,000 กิโลกรัม ซากนี้ตายตอนอายุ 24 ปี ซึ่งถือว่ายังไม่โตเต็มวัย และอาศัยอยู่ในช่วงต้นของยุคจูราสสิก (Jurassic)

นักบรรพชีวินวิทยาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการตายของซาลตริโอเวนาเตอร์ ซานาลลาย ว่า ซากของมันอาจลอยและจมลงสู่ก้นทะเล โครงกระดูกที่เหลืออยู่พบร่องรอยการกัดแทะของปลาฉลาม หรือสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังทางทะเล เช่น เม่นทะเล และยังมีรูเล็กๆ ที่น่าจะเกิดจากหนอนทะเล และยังพบการรวมลักษณะของไดโนเสาร์กินเนื้อแบบดั้งเดิม แต่มือและนิ้วของมันกลับให้เงื่อนงำเกี่ยวกับวิวัฒนาการของปีกนกยุคใหม่ ซึ่งเชื่อว่ามือของมันจะช่วยเติมช่องว่างสำคัญในโครงสร้างวิวัฒนาการของเทอโรพอด (theropod) กลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีกระบวนการสูญเสียนิ้วก้อยและนิ้วนางไป จนเหลือ 3 นิ้วในภายหลัง.

...