ระบบสุริยะของเรานั้น บริเวณพื้นที่สุดขอบถูกเรียกว่าเฮลิโอสเฟียร์ (heliosphere) เป็นฟองอากาศที่คุ้มกันอนุภาคและสนามแม่เหล็กที่ผลิตขึ้นจากดวงอาทิตย์ หรือเรียกว่าเป็นพื้นที่สุดเขตแดนของระบบสุริยะ ที่สนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์จะแผ่ไปถึง และนอกเขตเฮลิโอสเฟียร์ ก็จะเป็นพื้นที่อวกาศระหว่างดวงดาว (inter stellar space)
แต่แม้จะไกลแค่ไหนก็ไม่พ้นความพยายามของมนุษย์ ถึงจะยังไม่สามารถส่งมนุษย์ไปท่องพื้นที่อันกว้างใหญ่ในจักรวาลแสนลึกลับนั้นได้ ทว่าก็สร้างเครื่องมือออกไปสำรวจได้ ซึ่งเมื่อกว่า 40 ปีก่อน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือองค์การนาซา ได้ปล่อยยานอวกาศวอยเอเจอร์ วัน (Voyager 1) ในวันที่ 20 ส.ค.2520 จากนั้นอีกไม่กี่สิบวันก็ปล่อยยานอวกาศวอยเอเจอร์ ทู (Voyager 2) ตามไป จนกลายเป็นตำนานยานอวกาศแฝดที่ออกไปท่องถึงสุดขอบระบบสุริยะ และตอนนี้ยานทั้งคู่ได้ทะลุผ่านขอบสุดท้ายของระบบสุริยะไปเรียบร้อยแล้ว
นักวิทยาศาสตร์โครงการวอยเอเจอร์จากสถาบันแคลเทค (Caltech) ในสหรัฐอเมริกาเผยว่า ยานวอยเอเจอร์ ทู ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเพียง 5 ปี แต่ได้กลายเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ได้เข้าไปสู่อวกาศระหว่างดวงดาวตามวอยเอเจอร์ วัน ที่ผ่านออกไปก่อนหน้านี้ หลังจากข้อมูลของเครื่องมือบนยานวอยเอเจอร์ ทู ชี้ว่ายานได้ข้ามขอบด้านนอกของเฮลิโอสเฟียร์ไปเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา นับรวมระยะห่างจากโลกคือ 18,000 ล้านกิโลเมตร ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอีกครั้งกับระยะเวลาเดินทางไกลนาน 41 ปี แม้ว่ายานแฝดทั้งคู่จะไม่มีวันย้อนกลับมายังโลกอีกเลย.