สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า ซีไอเอได้ข้อสรุปจากประเมินหลักฐานต่างๆ ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียทรงเป็นผู้สั่งการให้สังหาร นายจามาล คาชอกกี...

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 17 พ.ย. ว่าสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (ซีไอเอ) มีข้อสรุปจากประเมินหลักฐานต่างๆ ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงเป็นผู้สั่งการให้สังหาร นายจามาล คาชอกกี นักข่าวชาวซาอุฯ วัย 60 ปีด้วยพระองค์เอง โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล และแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับการสืบสวน

เจ้าหน้าที่ดังกล่าวบอกกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันศุกร์ว่า ข้อสรุปนี้มาจากบันทึกที่ได้รับจากรัฐบาลตุรกีและจากหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่สืบสวนยังเชื่อด้วยว่า ปฏิบัติการแบบที่จบชีวิตของนายคาชอกกี ซึ่งถูกสังหารภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกี ไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่รู้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ควบคุมรัฐบาล

ด้านโฆษกหญิงของสถานทูตซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้ออ้างเกี่ยวกับการประเมินผลของซีไอเอเป็นเรื่องไม่จริง และพวกเธอเคยและยังคงได้ยินทฤษฎีต่างๆ โดยยังไม่เห็นหลักฐานของการคาดการณ์เหล่านี้เลย

ทางเข้าสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในอิสตันบูล
ทางเข้าสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในอิสตันบูล

...

ทั้งนี้ สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งนายคาชอกกีเคยร่วมทำงานด้วยก่อนจะถูกสังหาร เป็นสื่อเจ้าแรกที่รายงานเรื่องการประเมินของซีไอเอ โดยพวกเขาระบุว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ มั่นใจในการประเมินดังกล่าวของซีไอเอมาก วอชิงตัน โพสต์ รายงานอีกว่า หนึ่งในข้อมูลข่าวกรองที่ซีไอเอวิเคราะห์ คือ เรื่องที่ เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน พระอนุชาในเจ้าชายโมฮัมเหม็ด โทรศัพท์หานายคาชอกกี และโน้วน้าวให้เขาไปรับเอกสารเรื่องการหย่าร้างกับภรรยาคนแรกที่สถานกงสุลซาอุฯ ในอิสตันบูล ซึ่งวอชิงตันโพสต์เชื่อว่าเจ้าชายคาลิดโทรศัพท์ตามคำสั่งของพระเชษฐา

อย่างไรก็ตาม เจ้าชายคาลิดปฏิเสธรายงานของวอชิงตัน โพสต์ ผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า เขาติดต่อกับนายคาชอกกีครั้งสุดท้าย เมื่อเดือน ต.ค. 2560 ผ่านทางข้อความ ไม่เคยคุยกันผ่านทางโทรศัพท์เลย รวมทั้งไม่เคยแนะนำให้เขาไปตุรกีเพื่อการใดๆ และขอให้สหรัฐฯ เผยข้อมูลเกี่ยบกับข้อกล่าวอ้างนี้

นอกจากนี้ ตามการเปิดเผยของ วอชิงตัน โพสต์ ซีไอเอยังตรวจสอบเรื่องเทปบันทึกเสียงจากภายในสถานกงสุลที่เกิดเหตุ ซึ่งได้รับมาจากตุรกี และโทรศัพท์สายหนึ่งที่โทรออกจากภายในสถานกงสุลหลังจากคาชอกกีถูกสังหารแล้วด้วย ซึ่งแหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่า นายมาเฮอร์ มูเทรบ หนึ่งในสมาชิกทีมสังหาร 15 คน และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเจ้าชายโมฮัมเหม็ด โทรศัพท์ดังกล่าวหาผู้ช่วยระดับสูงของมกุฎราชกุมารเพื่อรายงานว่าภารกิจเสร็จสิ้น

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 17 พ.ย. ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องข้อสรุปของซีไอเอ แต่มีแผนที่จะหารือกับซีไอเอและนายไมค์ ปอมปิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศระหว่างที่เขาเดินทางเยือนรัฐแคลิฟอร์เนีย

ชายชาวซาอุฯ 15 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกทีมสังหาร
ชายชาวซาอุฯ 15 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกทีมสังหาร

อนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดี อัยการซาอุดีอาระเบียได้เปิดเผยรายละเอียดการฆาตกรรมนายคาชอกกีว่า เขาถูกฆ่า หลังจากเกิดการทะเลาะและชกต่อยกันในสถานกงสุล จากนั้นนายคาชอกกีได้ถูกจับมัด ก่อนถูกฉีดด้วยยากล่อมประสาทเกินขนาดเพื่อปลิดชีพ จากนั้นทีมปฏิบัติการ 5 คนได้จัดการทำลายแยกชิ้นส่วนศพ และนำออกมาจากสถานกงสุล มอบให้กับผู้ประสานงานในท้องถิ่น แต่ยืนยันว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้