เครื่องบินโบอิ้ง 737 รุ่นใหม่ของ ไลอ้อน แอร์ ซึ่งตกในทะเลเมื่อวันจันทร์ เคยประสบปัญหาอุปกรณ์ขัดข้องขณะให้บริการเที่ยวบินอื่น 1 วันก่อนเกิดเหตุ...
สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ของสายการบิน ไลอ้อน แอร์ เที่ยวบินที่ JT610 จากกรุงจาการ์ตา ไปเมือง ปังกัล ปีนัง เมืองใหญ่บนเกาะบังกา เบลิตุง ซึ่งประสบเหตุตกในทะเลนอกเกาะชวา ของประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 29 ต.ค. และเชื่อทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 189 คน เสียชีวิตทั้งหมดนั้น มีปัญหาอุปกรณ์ขัดข้องขณะให้บริการเที่ยวบินก่อนหน้านี้
บีบีซี ระบุว่า โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ลำนี้ถูกใช้ให้บริการเที่ยวบินอื่น 1 วันก่อนเกิดเหตุ และจากบันทึกทางเทคนิคที่พวกเขาได้รับ พบว่าในเที่ยวบินดังกล่าว เกิดกรณีอุปกรณ์อ่านความเร็วลมของกัปตันไม่น่าเชื่อถือ และตัวเลขจากอุปกรณ์อ่านค่าความสูงของกัปตันก็แตกต่างกับอุปกรณ์ของผู้ช่วยนักบิน
“พิสูจน์แล้วว่าอุปกรณ์ของกัปตันไม่น่าเชื่อถือ และขอโอนการควบคุมแก่ผู้ช่วยนักบิน” บันทึกระบุ “ยังคงทำการตรวจสอบความผิดปกติ (NNC: Non Normal Check) ของความเร็วลมที่ไม่น่าเชื่อถือ และความสูงไม่ตรงกัน” จนในที่สุด นักบินก็ตัดสินใจบินต่อและนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยที่กรุงจาการ์ตา
...
ก่อนหน้านี้ นายเอ็ดเวิร์ด สีราอิต ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของไลอ้อน แอร์ ออกมาเปิดเผยว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ลำนี้ประสบปัญหาทางเทคนิคขณะบินจากเมืองเดนปาซาร์ บนเกาะบาหลีไปยังกรุงจาการ์ตา แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเกิดปัญหาอะไร และยืนยันด้วยว่า ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว
“ถ้าเครื่องบินเสีย ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะได้รับอนุญาตให้บินออกจากเดนปาซาร์” นายสีราอิตกล่าว “เมื่อเราได้รับรายงานจากลูกเรือ เราก็แก้ไขปัญหาในทันที” ซีอีโอไลอ้อน แอร์ เผยอีกว่า พวกเขามีโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ทั้งหมด 11 ลำ และมีลำนี้เพียงลำเดียวที่เจอปัญหาทางเทคนิคเช่นนี้ และไม่คิดที่จะสั่งระงับบินเครื่องบินรุ่นนี้แต่อย่างใด
เหตุการณ์นี้ยังถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ครั้งแรกของเครื่องบินรุ่นนี้ซึ่งเพิ่งเริ่มใช้เป็นเที่ยวบินพาณิชย์เมื่อปี 2560 ขณะที่โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ที่ประสบเหตุ เพิ่งเริ่มให้บริการเมื่อ 15 ส.ค.นี้เอง ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดเครื่องบินที่นับว่าใหม่มากลำนี้จึงตก