ทางเข้าวัดวชิรธรรมาวาส แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ยังเป็นลูกรัง ที่เป็นหลุมขรุขระ ท่านผู้มีจิตศรัทธาท่านใดจะถวายหินคลุกไปลงเพื่อให้รถเข้าไปในวัดได้สะดวก จะคนละกี่เที่ยวก็ได้ ติดต่อถวายได้ที่หลวงพ่อสมศักดิ์ โทรศัพท์ 08-6102-4576

ศุกร์พรุ่งนี้ 14.30 น. ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย บรรยายพิเศษเรื่อง “ไทยแลนด์ 4.0 และการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือ” ที่มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซอยรามคำแหง 2 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

เรื่องที่ประเทศตะวันตกพยายามยับยั้งความเจริญเติบโตของจีนนั้น ไม่ใช่ผมเขียนขึ้นมาลอยๆนะครับ แต่ผมดูจากคำพูดของผู้บริหารประเทศตะวันตก ตัวอย่างก็เช่น นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมาซัดระบบความน่าเชื่อถือ หรือ Social Credit System ที่รัฐบาลของนายสี จิ้นผิง กำลังจะนำไปใช้ทั่วจีนใน พ.ศ.2563 โดยนายเพนซ์เอาไปเปรียบกับนิยายของจอร์จ ออร์เวลล์ เรื่อง 1984 ที่มี Orwellian System ระบบสอดส่องควบคุมพลเมืองของรัฐโอชันเนียที่ตั้ง Ministry of Truth หรือกระทรวงความจริง สอดส่อง และควบคุมวิถีชีวิตของประชาชนทุกแง่มุม

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามจะพูดให้คนทั้งโลกเข้าใจและสื่อไปให้คนจีนได้เห็นว่าระบบการปกครองของจีนเป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จ เหมือนในนวนิยายของจอร์จ ออร์เวลล์ ที่ในเรื่องนั้น รัฐบาลโอชันเนียให้ประชาชนเปิดโทรทัศน์ 24 ชั่วโมง เพื่อให้รัฐคอยสอดส่องพฤติกรรมของพลเมืองผ่านกล้องวงจรปิดแบบพิเศษ โดยมีคำพูดว่า Big brother is watching you. พี่ใหญ่กำลังจับตามองพวกแกอยู่

พวกตะวันตกโจมตีรัฐบาลจีนว่ากำลังสร้างระบบควบคุมชีวิตพลเรือนทั้งทางด้านสังคมและการเมือง ส่วนจีนก็แก้ตัวว่าไม่ใช่ รัฐบาลจีนเพียงต้องการจัดอันดับพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมที่จะส่งผลร้ายเฉพาะคนที่ไม่ปฏิบัติตาม และชาวจีนส่วนใหญ่ก็สนับสนุนระบบนี้

...

โลกตะวันตกของพวกคุณมี Financial Credit Worthiness หรือความน่าเชื่อถือทางการเงิน คนที่เคยมีพฤติกรรมผิดพลาดทางด้านการเงินมาก่อนบ่อยครั้งก็จะกู้เงินจากธนาคารยาก และติดแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร

สาธารณรัฐประชาชนจีนอยากให้สังคมจีนไว้วางใจต่อกันแบบ Trust Worthiness และก็ไม่ได้วัดเครดิตทางสังคมเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัท ห้างร้าน และองค์กรต่างๆด้วย รัฐจะเป็นผู้ประเมินความน่าไว้ใจทางสังคมจากเรื่องต่างๆ เช่น อาจจะประเมินจากสินค้าที่ซื้อ พฤติกรรมทางสังคม พฤติกรรมทางการเมือง หากละเมิด Trust Worthiness หรือความน่าไว้วางใจก็จะถูกตัดคะแนน ตัวอย่างของการละเมิดก็เช่น สูบบุหรี่ในที่ต้องห้าม ชำระภาษีล่าช้า ฯลฯ

ตั้งแต่ พ.ศ.2563 พลเมืองจีนแต่ละคนจะมีบัญชีดำและบัญชีแดง บัญชีดำก็คือคนที่มีคะแนนติดลบ ก็คือคนติดแบล็กลิสต์ บัญชีแดงก็คือ คนที่ได้คะแนนบวก เรื่องแบล็กลิสต์ในเมืองจีนมีมานานแล้วครับ ศาลประชาชนสูงสุดของจีนออกมาให้ข้อมูลว่า พ.ศ.2560 มีคนจีน 6.15 ล้านคน ถูกห้ามนั่งเครื่องบินเพราะเคยทำผิดทางสังคม ส่วนใหญ่มีประวัติเคยก่อปัญหาในการเดินทางโดยเครื่องบิน สูบบุหรี่ในที่ต้องห้าม ใช้ตั๋วหมดอายุ แพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการก่อการร้าย ฯลฯ

รัฐบาลจีนทดลองใช้ Social Credit System ระบบความน่าเชื่อถือทางสังคม โดยควบคุมสอดส่องวิถีชีวิตของพลเมืองจีนด้วย Social Credit Score หรือคะแนนความน่าเชื่อถือทางสังคมมาแล้วที่เมืองหรงเฉิน มณฑลชานตง พลเมืองเมืองนี้มีคะแนนคนละ 1,000 คะแนน คะแนนจะเพิ่มหรือลดก็อยู่ที่พฤติกรรมหรือกิจกรรมที่ทำ ทำผิดกฎจราจรคะแนนลด ไปช่วยเหลือครอบครัวผู้ด้อยโอกาสคะแนนเพิ่ม บริจาคโลหิต หรือบริจาคเงินให้การกุศลคะแนนเพิ่ม ซื้อสินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพคะแนนลด

ระบบให้คะแนนของจีนนี้เกี่ยวดองหนองยุ่งกับเพื่อนที่เราคบหาด้วย คบคนดีที่มีคะแนนบวก สถานะทางสังคมของเราก็ดีไปด้วย เกี่ยวแม้แต่หนังสือ เราซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตและเศรษฐกิจก็ได้คะแนนบวก

จีนเป็นประเทศที่มีข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ หรือ Big Data มากที่สุดในโลก การกระดิกพลิกตัวทุกอย่างไม่สามารถจะพ้นสายตาจากรัฐบาลจีนได้.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com