อิสราเอลกำหนดเส้นตายนับตั้งแต่ปี 2031 หรือ พ.ศ.2574 หรือ 13 ปีข้างหน้า ห้ามประชาชนซื้อใช้ยานยนต์บริโภคเชื้อเพลิงน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซล ให้เปลี่ยนซื้อใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ก็ยานยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ...
นโยบายนี้กำลังท้าทายเสียงประท้วงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านอย่างกว้างขวาง แต่รัฐบาลเชื่อมั่นจะผ่านร่างอนุมัติแผนให้ได้ภายในสิ้นปีนี้
อีกความท้าทายของรัฐบาลอิสราเอลคือ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแผนรองรับนโยบายหยุดใช้ยานยนต์บริโภคน้ำมันเบนซินและดีเซลด้วยการเพิ่มงบประมาณลงทุนสร้างสถานีบริการชาร์จไฟยานยนต์และเพิ่มสถานีบริการเติมก๊าซธรรมชาติทั่วประเทศให้ได้อีกมากกว่า 2,000 แห่ง นอกเหนือจากนโยบายอื่นคือ ลดภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าลงเหลือเกือบ 0 เปอร์เซ็นต์
ความจริงจังต่อนโยบายเปลี่ยนใช้รถไฟฟ้าหรือรถใช้ก๊าซธรรมชาติของอิสราเอลสืบเนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้อิสราเอลเพิ่งค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดกว่าเชื้อเพลิงน้ำมัน ทำให้เชื่อมั่นจะใช้แหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติตอบสนองใช้กับยานพาหนะ โดยเฉพาะภาคขนส่งมวลชนและขนส่งสินค้าได้ทั่วถึงไม่ขาดแคลน
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิสราเอลตั้งเป้าหมาย ภายในปี 2025 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ดินแดนอิสราเอลขนาดพื้นที่ราว 22,072 ตาราง กม. เล็กกว่าประเทศไทย 23 เท่า จะมีใช้พาหนะไฟฟ้าแล่นบนท้องถนนมากราว 177,000 คัน แต่ปัจจุบันยังพบเห็นยานยนต์ไฟฟ้าเพียงไม่กี่สิบคัน อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2030 รัฐบาลเชื่อมั่นจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนในอิสราเอลจะพุ่งขึ้นถึงเกือบ 1.5 ล้านคัน
ยานพาหนะไฟฟ้า หรือ EV-- Electric Vehicle จริงๆแล้วมีมานานตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษ 19 แต่เกือบ 100 ปีที่ผ่านมาแทบไม่ได้รับการสนับสนุนพัฒนาอย่างจริงจัง ส่วนหนึ่งเพราะอิทธิพลเชื้อเพลิงฟอสซิลครองโลก
กระทั่งยุคศตวรรษ 21 พัฒนาการเทคโนโลยีก้าวกระโดด รวมถึงพัฒนาการด้านพลังงานหมุนเวียนแพร่หลายมากขึ้น ทำให้การผลิตสร้างจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากและกำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆอย่างก้าวกระโดด...
อานุภาพ เงินกระแชง