นักวิทย์ยูเอ็น เสนอรายงานพิเศษ เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลก เร่งดำเนินการ ควบคุมภาวะโลกร้อน ชี้มีเวลาแค่ 12 ปี ก่อนโลกจะเผชิญกับหายนภัย ทั้งภาวะแห้งแล้ง ไฟไหม้ป่า น้ำท่วมอย่างรุนแรง
เมื่อ 8 ต.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสหประชาชาติ (IPCC) ออกรายงานพิเศษ เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ต.ค. หลังลงมือศึกษาวิจัยมานานนับ 3 ปี เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมภาวะโลกร้อนให้สำเร็จภายใน 12 ปีนี้ หรือจนถึงปี ค.ศ.2030 มิเช่นนั้น มนุษย์บนโลกจะเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติทั้งจากภาวะแห้งแล้ง ไฟไหม้ป่า น้ำท่วม ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง
บีบีซี และเว็บไซต์เดลี่เมล แจ้งว่า ตามรายงานพิเศษของ IPCC ที่นำเสนอ ระหว่างมีการร่วมประชุมกับตัวแทนรัฐบาลและนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศเกาหลีใต้ ระบุ ขณะนี้อุณหภูมิโลกได้เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ไปเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ อุณหภูมิโลกกำลังจะสูงขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทั่วโลกจึงต้องเปลี่ยนแปลงชนิดไม่เคยทำมาก่อน เพื่อที่จะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นน้อยกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน อุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง ไปจนถึงการก่อสร้าง และการกินอาหารในชีวิตประจำวัน ที่ควรจะบริโภคเนื้อให้น้อยลง
รายงานของ IPCC ชี้ว่า ปัจจัยที่จะควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส อาทิ การใช้พลังงานจากถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 38 % จำเป็นต้องเหลือเป็นศูนย์ คือไม่มีการใช้พลังงานจากถ่านหินอีกเลยภายในปี 2050 และปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศควรลดลง 45% จากปี 2010-2030 และควรลดลงเหลือศูนย์ ในปี 2050