ปีนี้ถือเป็นปีทองอย่างแท้จริงของ “เจฟฟ์ เบซอส” เจ้าพ่ออเมซอน เว็บไซต์โชห่วยออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด นอกจากจะได้ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกแทนที่ “บิล เกตส์” เขายังได้รับการขนานนามให้เป็นบุคคลรวยที่สุดในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ ด้วยสินทรัพย์ในครอบครองมากกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เรื่องความเก่งความรวยของเจ้าพ่ออเมซอน เป็นที่กล่าวขานพอๆกับเรื่องความเหวี่ยงวีน ปากร้าย ขี้โมโห บ้าอำนาจ ชอบเหน็บแนม และจุกจิกจู้จี้ ซึ่งกลายเป็นโลโก้ประจำตัวลบไม่ออก!! “เบซอส” รู้จุดอ่อนตัวเองดี ถึงขนาดเคยจ้างโค้ชมืออาชีพมาช่วยปรับนิสัยให้ขี้วีนน้อยลง

ถ้าถามคนที่เคยทำงานร่วมกับเจ้าพ่ออเมซอน เสียงสะท้อนส่วนใหญ่จะไปในทำนองว่า “เบซอส” ไม่ใช่เจ้านายที่นิสัยดีตลอดเวลา เขาโน้มน้าวจูงใจคนเก่ง แต่ก็ชอบยั่วโมโหและทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ได้เรื่อยๆ คำจำกัด ความที่เหมาะกับเขาที่สุดคือ “ประหลาดปราดเปรื่อง” เขาฉลาดมาก มีวิสัยทัศน์กว้างไกล แต่ก็ไม่เคยพอใจกับอะไรง่ายๆ แถมยังเป็นผู้บริหารที่จู้จี้จุกจิกทำงานด้วยยาก ที่แย่สุดๆคือ หมอนี่ชอบด่าลูกน้องแรงๆต่อหน้าคนอื่น ก็เพราะความประหลาดผสมปราดเปรื่องนี่เอง ทำให้พนักงานยุคแรกๆของอเมซอนแทบไม่เหลือหลอจนถึงปัจจุบัน

“การเป็นคนดีมันยากกว่าเป็นคนฉลาดมากนัก” เจ้าพ่ออเมซอนรู้เรื่องนี้ดีแก่ใจ เขาไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 10 ขวบ “เบซอส” เคยทำให้คุณยายร้องไห้โฮ เมื่อพูดโพล่งออกมาแบบไม่ไยดีว่าปริมาณบุหรี่ที่คุณยายสูบในแต่ละวันจะทำให้อายุสั้นลง 9 ปี

...

“เบซอส” ยังขึ้นชื่อเรื่องความใจดำไม่เห็นใจพนักงาน ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าเล่าว่า เคยถูกซีอีโออเมซอนเรียกไปต่อว่า เพราะตอบอีเมลลูกค้าช้าไป 10 วัน เมื่อพยายามชี้แจงว่าทีมบริการลูกค้าทุ่มเททำงานหนักตลอด 7 วันเต็ม วันละ 12 ชั่วโมง และไม่สามารถทำงานหนักมากกว่านี้อีกแล้ว เจ้าพ่ออเมซอนก็แก้ปัญหาด้วยการให้พนักงานแข่งกันตอบอีเมลที่ค้างอยู่ โดยทุก 1,000 ฉบับที่ตอบได้จะได้รับเงินโบนัส 200 ดอลลาร์ ปรากฏว่าการใช้ไม้แข็งได้ผลเกินคาด เพราะอีเมลที่ค้างอยู่ถูกเคลียร์จนหมดภายในเวลารวดเร็ว ส่วนพนักงานที่ทุ่มเททำงานหนักและมีผลงานโดดเด่น เช่น โปรแกรมเมอร์มือดี เขาก็มีวิธีตอบแทนแบบพิลึกพิลั่น ด้วยการให้รองเท้าไนกี้เก่าๆข้างหนึ่ง พร้อมคำขวัญ “Just Do It” โดยตอนเอารองเท้ามาให้ “เบซอส” คุกเข่าและพร่ำบอกว่า “ผมมันไม่คู่ควร ผมมันไม่คู่ควร” เพี้ยนดีไหมล่ะ

เขายังเป็นซีอีโอที่ขึ้นชื่อเรื่องประหยัดมัธยัสถ์ แต่ไหนแต่ไรมาออฟฟิศอเมซอนไม่เคยสวยหรูเหมือนชาวบ้าน “เบซอส” ไม่ค่อยสนความฟุ้งเฟ้อ เขายอมทุ่มเงินพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อลูกค้า แต่ไม่ยอมจ่ายให้เฟอร์นิเจอร์หรูราคาแพงเด็ดขาด ในทัศนะของเขา แค่เหมาของมือสองมาตกแต่งออฟฟิศก็หรูหรามากแล้วสำหรับชาวอเมซอน

การประหยัดถือเป็นภาพลักษณ์อย่างหนึ่งที่เขาจงใจสร้างก็ว่าได้ “เบซอส” บอกพนักงานเสมอว่า ของดีราคาถูกเท่านั้นที่คู่ควรกับชาวอเมซอน เพราะมันช่วยตอกย้ำอิมเมจว่าอเมซอนมีวัฒนธรรมที่เน้นการประหยัดและไม่ฟุ่มเฟือย

เห็นขี้เหนียวแบบนี้ แต่เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายเขาก็เต็มใจทุ่มสุดกำลัง “เบซอส” ตอบแทนความภักดีของพนักงานอเมซอนคนแรก “เชล แคปแฟน” ซึ่งร่วมก่อตั้งธุรกิจเคียงข้างเขามาตั้งแต่วันแรกด้วยการเช่าเครื่องบินเหมาลำพาคนสนิทและทีมวิศวกรทั้งหมด พร้อมครอบครัวของทุกคน ไปเที่ยวพักผ่อนฉลองความสำเร็จที่เกาะเมาวี นอกจากนี้ เจ้าพ่ออเมซอนยังตอบแทนความขยันของ “แคปแฟน” โดยยกหุ้นอเมซอนให้หนึ่งล้านหุ้น ตอนที่อเมซอนนำหุ้นออกขายในตลาดเมื่อปี 1997 แม้วันนี้ทั้งคู่จะแตกหักกันไปแล้ว แต่เขาก็ยังชื่นชมเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนนี้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่สุดตลอดกาลของอเมซอน.

มิสแซฟไฟร์