ยานเบพิโคลอมโบ Credit : ESA/ATG medialab, NASA/JPL

ท่ามกลางภารกิจอวกาศมากมายในปัจจุบัน และส่วนใหญ่ก็จะมุ่งสำรวจไปที่ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ รวมถึงดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์เหล่านี้ เนื่องจากมีเหตุให้เชื่อว่าอาจมีดาวสักดวงที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือมีองค์ประกอบเอื้อต่อการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต จนดูเหมือนว่าดาวพุธเพื่อนบ้านของเราอีกดวงจะถูกลืมและไร้ความสำคัญเทียบเท่ากับดาวเพื่อนบ้านดวงอื่นๆ

แต่ใช่ว่าดาวพุธจะถูกละเลยไปเสียทั้งหมด เพราะก็เคยมีการส่งยานอวกาศไปสำรวจเช่นกัน เริ่มจากยานอวกาศมารีเนอร์ เท็น (Mariner 10) เมื่อ พ.ศ.2516 ต่อมาก็ส่งยานอวกาศแมสเซนเจอร์ (Messenger) ไปสำรวจอีกครั้ง
ในปี พ.ศ.2547 และได้ข้อมูลสำคัญกลับมาเพียงพอที่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์สร้างและส่งยานอวกาศลำใหม่ไปสำรวจเพิ่มเติม นั่นคือยานอวกาศเบพิโคลอมโบ (BepiColombo) ซึ่งเป็นยานแฝดคือ Mercury Planetary Orbiter ขององค์การอวกาศยุโรป และ Mercury Magnetospheric Orbiter ขององค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น ภารกิจร่วมกันในการส่งยานอวกาศไปดาวพุธเป็นครั้งที่ 3 นี้จะมุ่งศึกษาเกี่ยวกับการก่อตัวของดาวเคราะห์ชั้นในพร้อมตั้งเป้าไขปริศนาองค์ประกอบทางเคมีของดวงดาว โดยจะปล่อยสู่อวกาศภายในเดือน ต.ค.2561 และใช้เดินทางไปดาวพุธเป็นเวลาราว 7 ปี

ทั้งนี้ ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่มีลักษณะผิดปกติเมื่อเทียบกับดาวศุกร์ ดาวอังคาร และโลก เพราะขนาดเล็กมาก มีความหนาแน่นทึบ มีแกนหลอมเหลวขนาดใหญ่ และก่อตัวขึ้นภายใต้สภาวะทางเคมีที่พบว่าดาวพุธมีวัตถุที่รวมตัวกับออกซิเจนได้น้อยกว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้เคียง โดยคาดว่าดาวดวงดังกล่าวจะก่อตัวขึ้นเร็วมากในประวัติศาสตร์ของระบบสุริยะ รวมทั้งอาจมีธาตุเหล็กและกำมะถันอยู่มากภายใต้ชั้นบรรยากาศที่หนาแน่น.

...