เมื่อเร็วๆนี้นักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโกในสหรัฐอเมริกา ได้รายงานลงในวารสารราชสมาคมกรุงลอนดอน ฉบับบี (Proceedings of the Royal Society B) เกี่ยวกับการศึกษายีน (gene) ตัวหนึ่งที่เรียกว่า CMAH (cytidinemonophospho–N– acetylneuraminic acid hydroxylase) ยีนตัวนี้หายไปในช่วงที่มนุษย์มีการวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ยุคใหม่ ซึ่งการหายไปของยีนดังกล่าวอาจส่งผลให้มนุษย์สามารถวิ่งระยะไกลได้ดีหรืออาจจะดีที่สุดในอาณาจักรสัตว์ก็เป็นได้
จากการทดลองกับหนู เพราะหนูมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกล้ามเนื้อเสื่อม โดยเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับการวิ่งระยะไกล รวมถึงเกี่ยวข้องกับความอดทนของกลุ่มต้นกำเนิดสายพันธุ์มนุษย์ นักวิจัยได้ทำให้ยีน CMAH ในหนูทดลองหายไป จากนั้นก็ประเมินความสามารถในการออกกำลังกายบนลู่วิ่งของมันเป็นเวลา 15 วัน ซึ่งสังเกตพบว่าหนูแสดงให้เห็นถึงความต้านทานต่อความเมื่อยล้า มีการหายใจในระดับเซลล์ที่เพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อขาหลังมีเส้นเลือดฝอยเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณเลือดและออกซิเจน เรียกว่าหนูมีการเติบโตที่ดีขึ้นก็ว่าได้
นักวิจัยอธิบายว่า การกลายพันธุ์ของยีน CMAH ในบรรพบุรุษของมนุษย์ได้ก่อความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในชีวกลศาสตร์ของโครงกระดูกและสรีรวิทยาที่ส่งผลถึงความสูง ทำให้ขาทั้ง 2 ข้างมีความยืดหยุ่น เท้าใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อสะโพกมีพลัง และระบบต่อมเหงื่อมีการขยายตัวทำให้กระจายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อื่นๆ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจช่วยให้มนุษย์สามารถวิ่งระยะทางไกลได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่การหายไปของยีน CMAH ก็เหมือนดาบสองคม เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 รวมถึงโรคมะเร็งซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริโภคเนื้อแดงที่ไปช่วยกระตุ้นการอักเสบ.
...